ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564

รวบหัวหน้าแก๊งมาเฟียรัสเซีย พัวพันอุ้มฆ่า 60 ราย

22.24K 10.82K
รวบหัวหน้าแก๊งมาเฟียรัสเซีย พัวพันอุ้มฆ่า 60 ราย

25 มิ.ย.57 - รวบหัวหน้าแก๊งมาเฟียรัสเซีย "จอมโจรทะเลทราย" พัวพันคดีอุ้มฆ่าลักพาตัว 60 ราย-หนีคดีฆาตกรรม 4 ศพ

ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 25 มิถุนายน พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา(สบ 10) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี จตร.รรท.ผบช.สตม. พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต รอง ผบช.สตม.(1) พล.ต.ต. สุกิจ โคอินทรางกูร รอง ผบช.สตม.(2)พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันทน์ รอง ผบช.สตม.(3) พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี รอง ผบช.สตม.(4) พล.ต.ต. ณัฐธร เพราะสุนธร รอง ผบช.สตม.(5) และพล.ต.ต.วราวุธ ทวีชัยการ ผบก.สส.สตม. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 4 คดี

พล.ต.อ.วุฒิ กล่าวว่า คดีแรกเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว นายอเล็กซานเดอร์ มาตูซอฟ หรือ บาสมาช สัญชาติรัสเซีย หัวหน้าแก๊งมาเฟียรัสเซีย ซึ่งใช้ชื่อว่า แก๊งเชลโคโว่ ที่แปลว่าสมญานามจอมโจรทะเลทราย(Desert bandit) ซึ่งหลบหนีคดีฆาตกรรม 4 ศพ อีกทั้งยังพัวพันคดีอุ้มฆ่าและลักพาตัวกว่า 60 ราย โดนสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี สาขาย่อยบางเสร่ ริมถนนสุขุมวิท ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา การจับกุมนายอเล็กซานเดอร์ได้ในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวน ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยให้ช่วยติดตามจับกุมนายอเล็กซานเดอร์ ผู้ต้องสงสัยกระทำผิดกฎหมายในประเทศรัสเซีย ในฐานความผิดเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมและถูกออกหมายจับสากล เลขที่ 20506/AG/280/10 ลงวันที่ 21 เม.ย.2553 ทั้งนี้หนังสือเดินทางรัสเซียของนายอเล็กซานเดอร์ ได้ถูกยกเลิกแล้ว เนื่องจากนายอเล็กซานเดอร์ ได้ก่อคดีฆาตกรรม ในเมืองสเวียร์ดลอฟกี้ย์ ซึ่งอยู่ติดกับกรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย โดยมีนายอเล็กซานเดอร์ จะเรียกเก็บค่าคุ้มครอง เรียกค่าไถ่ ลักพาตัวนักธุรกิจ หรือแม้แต่ข้าราชการด้านยุติธรรม อีกทั้งพัวพันคดีฆาตกรรมมากกว่า 60 ศพ ในเขตกรุงมอสโค เมืองทูล่า สาธารณรัฐตาเกสถาน เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และภูมิภาคเลนินการ์ด ซึ่งเคยเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญและข่าวครึกโครม เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2539 โดยสมาชิกในแก๊งดังกล่าว ได้ลงมือก่อเหตุฆาตกรรมแก๊งอาชญากรคู่แข่ง โดยการทำร้ายและใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต จำนวน 4 ราย คือนายอักเซนอฟ,นายคาชิสกี้ย์, นายปาร์คอเม็นโก้ และนายซารูบิน โดยคดีดังกล่าวมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี ต่อมานายอเล็กซานเดอร์ ได้หลบหนีมากบดานในประเทศไทย

พล.ต.อ.วุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับนายอเล็กซานเดอร์ เป็นผู้ต้องหาที่ทางประเทศรัสเซียต้องการตัวมาก โดยมีกลุ่มสมาชิกไม่ต่ำกว่า 100 คน ซึ่งหลายคนถูกจับกลุ่มไปแล้ว แก๊งดังกล่าวจะก่ออาชญากรรมทุกรูปแบบ อาทิ รับจ้างฆ่า ข่มขู่ทรมาน กรรโชกรีดไถ่ปล้น ลักพาตัวเพื่อเรียกฆ่าไถ่ เป็นที่หวาดกลัวในกลุ่มนักธุรกิจ กลุ่มข้าราชการ อีกทั้งกลุ่มอาชญากรกลุ่มอื่นๆ ก่อนที่จะเข้ามาในประเทศไทย เมื่อปี 52 โดยจะพักอาศัยที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ทั้งนี้จากการตรวจสอบพาสปอร์ตของนายอเล็กซานเดอร์ มีจำนวน 2 ใบ คือหนังสือเดินทางรัสเซีย หมายเลข 703937316 ระบุชื่อ Mr..ALEXANDER MATUSOV เดินทางเข้ามายังประเทศไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ก.ย.52 โดยใช้เที่ยวบินที่ 975(มอสโค) ก่อนที่จะเดินทางออกไปยังประเทศกัมพูชาผ่านทางด่านคลองใหญ่ และหนังสือเดินทางอาร์เมเนีย หมายเลข AM0757110 ระบุชื่อ Mr.SUREN AVETISYAN เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 พ.ย.2556 ทางด่านจุดตรวจถาวรบ้านคลองลึก ตม.จว.สระแก้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการเพิกถอนใบอนุญาตของนายอเล็กซานเดอร์ ไม่ให้อยู่ในราชอาณาจักรไทย ก่อนประสานไปยังสถานฑูตรัสเซียประจำประเทศไทยให้นำตัวไปดำเนินคดียังประเทศรัสเซียต่อไป

ขณะที่ พล.ต.ต.วราวุธ กล่าวว่า สำหรับคดีที่สอง จับกุมนายอันยันวู อูโกชุกวู ไซลาส สัญชาตฺไนจีเรีย และนายโอบิ ฟรานซิส โอยินโบ สัญชาติไนจีเรีย โดยจับกุมได้ที่บริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซอยอุดมสุข 9 แขวงและเขตบางนา กทม. เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ปลอมแปลงตราประทับ และหนังสือเดินทางของตนเอง เพื่อให้สามารถอยู่อาศัยอยู่ในประเทศไทยต่อไปได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ปลอมและใช้เอกสารปลอม และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.วราวุธ กล่าวต่อว่า คดีที่สาม จับกุมตัวนายมิก้า เพทรี พาร์เวียเนน สัญชาติฟินแลนด์ ได้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.หัวใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานงานจากฝ่ายกิจการตำรวจและศุลกากรกลุ่มประเทศนอร์ดิค ประจำประเทศไทย ให้ติดตามตัวนายมิก้า เนื่องจากนายมิก้าได้ทำความผิดในข้อหา ฉ้อโกง ในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหาย 151,877 ยูโร หรือประมาณ 6,680,000 บาท ซึ่งทางศาลได้ตัดสินจำคุก 5ปีแล้ว แต่นายมิก้าได้หลบหนีออกนอกประเทศ เข้ามากบดานอยู่ในประเทศไทย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาตสิ้นสุด ก่อนเตรียมผลักดันกลับประเทศไปดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.อ.วุฒิ กล่าวว่า คดีสุดท้าย จับกุมนายคู อนุลัก วงคำหล่อ อายุ 50 ปี สัญชาติลาว ได้เมื่อวันที่ 24มิ.ย. ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้ทราบว่า นายคู ได้มีการนำเงินดอลลาร์สหรัฐปลอม มาจำหน่ายบริเวณชายแดนจังหวัดหนองคาย เจ้าหน้าที่จึงได้ล่อซื้อ โดยนัดหมายที่บริเวณด่านพรมแดน สะพานมิตรภาพไทย ลาว จนสามารถจับกุมตัวนายคู ได้พร้อมของกลางธนบัตรดอลล์ลาร์สหรัฐปลอม ฉบับละ 100 ดอลล์ลาร์ จำนวน 189 ฉบับ มูลค่า 605,500 บาท จากการสอบสวนนายคู ให้การรับสารภาพว่า ที่มาธนบัตรดอลล์ลาร์สหรัฐปลอมดังกล่าว มีแหล่งผลิตในมณฆลหนานนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะส่งต่อมายังแขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว และจะกระจายไปขายตามสถานที่ต่างๆ ในราคาฉบับละ 700บาท จนกระทั่งถูกจับกุมตัวได้ในครั้งนี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา มีธนบัตรดอลล์ลาร์สหรัฐปลอมเพื่อนำออกใช้ ซึ่งสิ่งที่ตนได้มาโดยรู้ว่าเป็นเงินตราปลอม ซึ่งรัฐบาลต่างประเทศออกใช้ หรือใช้อำนาจให้ออกใช้ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend