ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2564

จำคุกตลอดชีวิต จ้างวานฆ่า แกนนำต้านบ่อขยะ

5.67K 6.41K
จำคุกตลอดชีวิต จ้างวานฆ่า แกนนำต้านบ่อขยะ

18 มิ.ย. -- คดีจ้างฆ่าแกนนำต้านบ่อขยะราชาเทวะ ถึงที่สุด หลังศาลฎีกา พิพากษาลงโทษ สมยุทธ หรือ ปุ๊ อดีต อบต.ราชาเทวะ ผู้จ้างวาน แต่คำรับสารภาพชั้นจับกุม เป็นประโยชน์รูปคดี ศาลแก้โทษประหาร เหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนจำเลยร่วมอีกคนยืน คุกตลอดชีวิต ขณะที่ เมียผู้ตาย ระบุไม่คิดแค้น ถือว่าจำเลยได้รับกรรมแล้ว

ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 11.45 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฆ่าแกนนำต่อต้านบ่อขยะราชาเทวะ หมายเลขดำ ด.373/2546 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา10 และนายนครินทร์ วงศ์ปิยะสถิตย์ , นายกฤษฎ์ วงศ์ปิยะสถิตย์ บุตรของนายสุวัฒน์ วงศ์ปิยะสถิตย์ แกนนำต่อต้านบ่อกำจัดขยะ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ที่ถูกยิงเสียชีวิต ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ส.อ. สมเกียรติ์ หรือ เกียรติศักดิ์ หรือจ่าศักดิ์ คงคามี อดีตทหารศูนย์การบินทหารบก ผู้ติดต่อหามือปืน (เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.53 ) , นายเสรี หรือเล็ก กล่ำฉนวน มือปืน, นายประจักษ์ หรือจักร สินพรม ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ก่อเหตุ , นายสมยุทธ หรือปุ๊ พุ่มภักดี อดีตสมาชิก อบต.ราชาเทวะ ผู้จ้างวาน และนายสมชาย หรือหลุบ ยอดย้อย เป็นจำเลยที่ 1- 5 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และจ้างวานให้ฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 และพ.ร.บ.อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490

โดยคดีอัยการ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 7 ก.พ.46 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 1 พ.ค. 44 - 26 มิ.ย.44 จำเลยที่ 1-3 ร่วมกันมีอาวุธปืนสั้นขนาด .38 ไว้ในครอบครอง โดยนายสมยุทธ จำเลยที่ 4 ได้ใช้จ้างวานให้จำเลยที่ 1-3 และ5 กับพวกอีก 2 คนร่วมกันฆ่านายสุวัฒน์ วงศ์ปิยะสถิตย์ แกนนำต่อต้านบ่อกำจัดขยะ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ให้ถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 44 เหตุเกิดที่ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.47 ว่าจำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ส่วนจำเลยที่ 4-5 มีความผิดฐานร่วมกันใช้ จ้างวานฯ ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) ให้จำคุกจำเลยที่ 1-3 และ 5 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 4 ให้ประหารชีวิตสถานเดียว ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาเมื่อวันที่ 19 เม.ย.54 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตจำเลยที่ 2-3 และให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 4 สถานเดียว ส่วนจำเลยที่ 5 เห็นว่าพฤติการณ์เป็นเพียงผู้สนับสนุนกระทำ มิใช่เป็นตัวการ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.289 (4) ประกอบมาตรา 86 คำให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 5 ไว้ทั้งสิ้น 33 ปี 4 เดือน ต่อมาจำเลยนายประจักษ์ จำเลยที่ 3 ผู้ขับขี่รถ จักรยานยนต์ และนายสมยุทธ จำเลยที่ 4 ผู้จ้างวาน ได้ยื่นฎีกาโดยวันนี้ศาลได้เบิกตัวนายประจักษ์ และนายสมยุทธ จำเลยทั้งสอง จากเรือนจำบางขวางมาเพื่อฟังคำพิพากษา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า โจทก์มีประจักษ์พยานเป็นเจ้าของร้านของชำในหมู่บ้านและพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุเบิกความทำนองเดียวกันว่า เห็นจำเลยที่ 3 เป็นคนแปลกหน้านั่งอยู่ร้ายก๋วยเตี๋ยวใกล้ๆ หมู่บ้าน จึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ เห็นลักษณะจำเลยที่ 3 ไว้หนวดไว้เครามีรูปร่างผอมสูง จึงเชื่อว่าพยานจดจำลักษณะของจำเลยได้ชัดเจน ประกอบกับผลการตรวจลายนิ้วมือแฝงที่ได้จากหมวกกันน็อคของกลาง ตรงผลลายนิ้วมือของจำเลยที่ 3 รวมทั้งจำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพ

ส่วนจำเลยที่ 4 นั้น โจทก์มีนายนุกูล ธนาการณ์ ที่เจ้าหน้าที่กันไว้เป็นพยานเบิกความว่า นายนุกูล ซึ่งเป็นเจ้าของค่ายมวย ได้รู้จักกับจำเลยที่ 5 ครูสอนชกมวย โดยจำเลยที่ 5 ได้แนะนำให้ร็จักกับจำเลยที่ 4 และพยานทราบว่า จำเลยที่ 4 จ้างวานให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนักโทษแหกคุกและเป็นลูกน้องเก่า เป็นผู้จัดหามือปืน จำเลยที่ 1 จึงได้ติดต่อกับจำเลยที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นมือปืนเพื่อลงมือก่อเหตุ โดยพยานได้เบิกความเป็นลำดับขั้นตอนเชื่อมโยงกันอย่างมีเหตุผล อีกทั้งไม่ปรากฎว่าจำเลยที่ 1 และ จำเลยที่ 3 มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตายมาก่อน คำเบิกความของนายนุกูลจึงมีน้ำหนักไม่มีพิรุธ จึงเชื่อว่ามีการจ้างวานให้จำเลยที่ 2-3 ฆ่าผู้ตายจริง โดยจำเลยที่ 4 มีความขัดแย้งกับผู้ตาย ซึ่งเป็นแกนนำต่อต้านการก่อสร้างบ่อขยะราชาเทวะ ถึงขั้นมีข่าวลือว่าจะมีการสั่งเก็บผู้ตาย ประกอบกับจำเลยที่ 4 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม พิเคราะห์ประกอบคำเบิกความแล้วรับฟังได้อย่างปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 4 เป็นผู้จ้างวานฆ่าผู้ตายจริง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 4 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม ซึ่งเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษให้ 1 ใน 3 จึงพิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังฟังคำพิพากษาษาแล้ว ทั้ง นายประจักษ์ และนายสมยุทธ จำเลยที่ 3-4 มีสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่ฝ่ายครอบครัวผู้เสียชีวิต มีนางธีรนุช วนะโพธิ์ ภรรยาของนายสุวัฒน์ แกนนำต่อต้านบ่อกำจัดขยะ ต.ราชาเทวะ เดินทางมาพร้อมบุตรชาย โจทก์ร่วม และญาติ

โดยนางธีรนุช วนะโพธิ์ ภรรยาของนายสุวัฒน์ ผู้ตาย กล่าวว่า หลังจากสามีตาย ตั้งแต่ปี 2544 ตนก็ต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวประกอบธุรกิจส่วนตัวดูแลบุตร 2 คน ขณะที่ตนกับครอบครัวก็ยังอยู่ในพื้นที่ ต.ราชาเทวะ โดยไม่ได้ย้ายไปไหน ไม่มีความหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าญาติของ นายสมยุทธ จำเลยที่ 4 ยังคงอยู่ในพื้นที่แต่เราก็ไม่ข้องเกี่ยวกัน

ส่วนที่ศาลฎีกาเห็นว่านายสมยุทธ ผู้จ้างวานฆ่า จำเลยที่ 4 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมแล้วลดโทษที่สองศาลยืนจากประหารชีวิตให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต ตนก็ยอมรับในคำพิพากษา เพราะที่ผ่านมาเราทุกคนอยู่ภายในกฎหมาย แม้ว่าในชั้นพิจารณาจำเลยจะสู้คดีและไม่เคยมาขอขมาหรือแสดงความสำนึกในความผิดกับตนและครอบครัวก็ตาม ตนได้ยึดหลักพุทธศาสนาที่จะไม่คิดแค้นกับจำเลยว่าเมื่อเสียชีวิตแล้วต้องแลกด้วยชีวิต เพราะการที่เขาถูกจำคุกจากเดิมที่เคยมีอิสรภาพแล้วกลายเป็นคนที่ไม่มีอิสรภาพถูกคุมขังในเรือนจำมานานกว่า 10 ปี ก็ถือว่าได้รับกรรมที่กระทำแล้ว ส่วนที่ศาลฎีกาพิพากษาอย่างไรก็ถือเป็นเรื่องของกฎหมายที่เราต้องยอมรับ


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend