วันที่ 17-25 ตุลาคม 2563 เป็นช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ประชาชนจะรักษาศีล ปฏิบัติธรรม งดเว้นกินเนื้อสัตว์ เน้นผักผลไม้ โดยเชื่อว่า การกินเจเป็นการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ได้กุศล การละเว้นเนื้อสัตว์เป็นการให้ชีวิตแก่สัตว์ ถือเป็นการเสริมบุญบารมีและยังเป็นโอกาสดีในการสร้างสุขภาพที่ดี ช่วยลดความเสี่ยงป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแต่จะต้องกิน ให้ถูกหลักโภชนาการ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เนื่องจากอาหารเจที่จำหน่ายส่วนใหญ่ มักทำจากแป้ง เป็นอาหารทอด ไขมันสูง และเค็ม จึงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
กระทรวงสาธารณสุข จึงได้แนะนำการกินเจให้อิ่มบุญ อิ่มใจ ปลอดภัย และมีสุขภาพดี โดยแนะนำให้ยึดหลัก 4 ล. ได้แก่
1. ละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ และอาหารที่มีส่วนผสมเป็นเนื้อสัตว์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และละเว้นการกินอาหารรสจัด และผักที่มีกลิ่นฉุน 5 ชนิด (หัวหอม หลักเกียวหรือกระเทียมโทนจีน กระเทียม กุยช่าย และใบยาสูบ)
2. เลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ได้แก่ ข้าวกล้อง ธัญพืช เห็ด ถั่วต่าง ๆ เต้าหู้ เพื่อป้องกันการขาดโปรตีน เน้นเพิ่มผัก (ใบผัก) และผลไม้ (หวานน้อย) รวมทั้งเลือกร้านอาหารที่สะอาดได้มาตรฐาน
3. ล้างผักผลไม้ให้สะอาดตามขั้นตอน ก่อนปรุง ก่อนกิน โดยล้างผ่านน้ำไหล 2 นาทีตามด้วยการแช่ในสารละลาย เช่น เกลือ น้ำส้มสายชู ผงฟู หรือน้ำยาล้างผักประมาณ 15 นาที แล้วตามด้วยน้ำสะอาดเพื่อล้างสารละลายออกให้หมด ช่วยขจัดเชื้อโรค และลดการปนเปื้อนสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างลงได้ ถึงร้อยละ 60 - 92
4. ลดอาหารประเภทแป้ง ไขมัน ของทอด อาหารประเภทผัดน้ำมัน และลดหวาน มัน เค็ม อาหารที่ปรุงรสจัด ควรเน้นอาหารที่ทำด้วยวิธีการนึ่ง ต้ม หรือตุ๋น