โดยในทุกสถานที่ จะมีการจุด Diyas (ตะเกียงไฟน้ำมันรูปถ้วยขนาดเล็กที่ทำจากดินเผา)
หรือถ้าไม่มีตะเกียงดิน ก็จะใช้ตะเกียงทองเหลือง จุดไฟเพื่อให้เกิดความสว่างไสวไปทั้งบ้าน
และที่อยู่อาศัยของตนเอง รวมถึงจะมีการชำระปัดกวาดสถานที่ให้สะอาด เพื่อให้รับแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในบ้านนั้นๆ
ย้อนวันวานแห่งความทรงจำ
เทศกาลของศาสนาฮินดูนี้ มีการเฉลิมฉลองในอินเดียและอีกหลายพื้นที่ในเอเชีย ที่มีผู้นับถือศาสนาฮินดูอาศัยอยู่ ซึ่งรวมถึงมาเลเซีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่นและไต้หวัน บรรดาสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนฝูงจะมารวมตัวกันเพื่อพูดคุยกัน ไปวัด และตกแต่งบ้านด้วยตะเกียงน้ำมันเล็กๆที่ทำจากดินเหนียว
ในเทศกาลแห่งความสุขนี้ นี้ยังมีงานเลี้ยงสังสรรค์และการแสดงดอกไม้ไฟซึ่งมักจะจัดขึ้นตลอดทั้งคืน เฉกเช่นเดียวกับทุกๆ ปี ทั่วทั้งอินเดียมีการประดับประดาด้วยแสงสีตระการตา รังโกลีสีสดใสถูกวาดไว้ที่ทางเข้าบ้านและสำนักงาน พร้อมทั้งตกแต่งด้วยไฟประดับดวงเล็กๆ
การเฉลิมฉลองเป็นไปอย่างตื่นตาตื่นใจ ที่เมืองอโยธยา ทางตอนเหนือของรัฐอุตตรประเทศ มีตะเกียงดินเผากว่า 900,000 ดวงถูกจุดที่ริมฝั่งของแม่น้ำสรยู ซึ่งชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นสถานที่ประสูติของพระราม
ในเมืองอาเมดาบัด ทางตะวันออกของรัฐคุชราต ผู้ศรัทธากำลังเสริมสิริมงคลให้กับสมุดบัญชีของตน เนื่องจากเทศกาลนี้ถือเป็นการเริ่มต้นปีการเงินใหม่ของชาวฮินดู
วันดังกล่าวถูกเรียกว่าวันติฮาร์หรือดีปาวาลีในประเทศเนปาล ซึ่งมีการเฉลิมฉลองต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน เริ่มขึ้นในวันที่ 2 พฤศจิกายน และผู้คนก็แห่กันไปที่ตลาดพร้อมซื้อดอกดาวเรือง ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในเทศกาลนี้ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน บรรดาผู้ศรัทธาได้ทำการเคารพบูชาสุนัข เนื่องจากได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้พิทักษ์ พระยม เทพเจ้าแห่งความตาย
ที่ประเทศมาเลเซีย ผู้ศรัทธาเดินทางไปสวดมนต์ที่วัดและจุดตะเกียงน้ำมัน บางส่วนขึ้นบันไดไปสวดมนต์ที่วัดถ้ำบาตู ทางเหนือของกรุงกัวลาลัมเปอร์เพื่อสักการะพระขันธกุมาร
วันดิวาลีคือวันที่พระราม เทพในศาสนาฮินดูกลับอาณาจักร หลังจากถูกเนรเทศไปเป็นเวลา 14 ปี ชาวฮินดูเชื่อว่าในช่วงเทศกาลดิวาลี พระลักษมี เทวีแห่งความมั่งคั่ง จะมาเยือนบ้านของพวกเขาหากได้จุดไฟส่องสว่างและตกแต่งบ้านเรือน
ในวัน Diwali คนใส่เสื้อผ้าที่ดีที่สุดของพวกเขาและแลกเปลี่ยนคำอวยพร ของขวัญและขนมกับเพื่อนและครอบครัวของพวกเขา
Dewali มักจะมีขึ้นประมาณเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายนของทุกๆ ปี (โดยส่วนมาก จะตรงกับช่วงหลังออกพรรษาของประเทศไทย)
ดิวาลี หรือ ดีปาวาลี จึงเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาฮินดูและเป็นพิธีที่ชาวฮินดูให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเช่นกัน
สมาคมอินเดียแห่งประทศไทย (IAT) ประสานความร่วมมือกับ เครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการชาวไทยเชื้อสายอินเดีย กลุ่มชาวอินเดียในประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดงานเทศกาลเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับคนเชื้อสายอินเดีย "งานเทศกาลดิวาลี" หรือเทศกาลไฟ ระหว่างวันที่ 21-23 ตุลาคม 2565 ณ บริเวณย่าน Little India ตั้งแต่บริเวณถนนพาหุรัด คลองโอ่งอ่าง สะพานเหล็ก และพื้นที่เชื่อมโยงที่เกี่ยวข้อง
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดงานเทศกาลในย่าน The Little India ให้กลับมามีชีวิตชีวา มีสีสัน เป็นเทศกาลหลั่กประจำปีของเมืองหลวงของไทย สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านวิถีชีวิตสังคม วัฒนธรรมที่หลากหลาย สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ การค้า ภาคประชาชนในย่าน จากการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสามารถเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักเดินทาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า
ประกอบกับเพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทย และ สาธารณรัฐอินเดีย ที่ครบรอบ 75 ปี ในปีพ.ศ. 2565 โดยจะมีพิธีเปิดงานเทศกาลดิวาลี ประจำปี พ.ศ.2565 ในวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม2565 เวลา 17.00 - 19.00 น. ณ เวทีหลัก บริเวณคลองโอ่งอ่าง เขตพระนคร
นายปรีชา จำปี หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเดสทิเนชั่นสยาม เปิดเผยว่า การจัดงานเทศกาลดิวาลีในครั้งนี้จะสามารถส่งเสริมและกระตุ้นให้ย่าน The Little India ที่พาหุรัดเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สามารถยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่เมืองหลวงของประเทศไทย สามารถกระตุ้นให้คนเชื้อสายอินเดียทั่วโลกเดินทางมาท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร ประเทศไทยต่อไป
สำหรับงานเทศกาลดิวาลี หรือเทศกาลไฟ ถือเป็นเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของคนเชื้อสายอินเดียทั่วโลก นับเป็นวันหยุดยาวที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งคนอินเดียทั่วทั้งโลกจะออกมาเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ โดยตามปกติในช่วงที่ไม่มีการเกิดไวรัสโควิดระบาด ชาวอินเดียจำนวนมากนิยมเลือกจุดหมายปลายทางเพื่อเดินทางไปเที่ยวกันหลายๆ ประเทศทั่วโลกที่ได้มีการจัดงานนี้ขึ้นในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน หรือช่วงเดือนธันวาคม ของทุกปี ทั้งที่นิวยอร์ก ลอนดอน ดูไบ สิงคโปร์ และมาเลเซีย
สำหรับในส่วน ประเทศไทย ได้จัดเทศกาลนี้ขึ้นแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุดในช่วงเดือนพ.ย.ปี 2564 ที่ผ่านมา ทั้งที่กรุงเทพฯ และที่เมืองพัทยา เพื่อดึงดูดตลาดอินเดีย ให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทสไทย และทำให้ประเทศไทยเข้าไปอยู่ในปฏิทินของเทศกาลดีวาลีของโลก ภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศอินเดีย เช่น การแสดงเชิงวัฒนธรรม การออกร้านอาหารเมนู คาว-หวาน และการจำหน่ายสินค้าสไตล์อินเดียนจากร้านค้าชื่อดังทั้งส่าหรี เครื่องประดับ ของตกแต่ง และอื่นๆ
ขอขอบคุณที่มา : บทความจาก คฑา สิงหนันท์ / ฐานเศรษฐกิจ