svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Lifestyle

วิธี “เช็ดตัวลดไข้” ในเด็กที่ถูกต้อง ผู้ปกครองต้องรู้

09 ธ.ค. 2568

ข้อมูลแนวทางดูแล "ไข้ในเด็ก" ที่ถูกต้อง จากสถาบันสุขภาพเด็ก และ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ ย้ำการเช็ดตัวลดไข้ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้อง ห้ามถูแรง หากเด็กหนาวสั่นให้หยุดทันที พร้อมชี้อาการไข้ในเด็กที่ต้องรีบไปพบแพทย์

ข้อมูลแนวทางดูแล "ไข้ในเด็ก" ที่ถูกต้อง จากสถาบันสุขภาพเด็ก และ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ ย้ำการเช็ดตัวลดไข้ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้อง ห้ามถูแรง หากเด็กหนาวสั่นให้หยุดทันที พร้อมชี้อาการไข้ในเด็กที่ต้องรีบไปพบแพทย์

KEY

POINTS

  • การเช็ดตัวลดไข้เป็นเพียง "วิธีเสริม" ไม่ใช่วิธีที่จำเป็นเสมอไป โดยวิธีแรกที่แนะนำคือการให้ยาลดไข้ตามน้ำหนักตัวเด็ก
  • วิธีเช็ดตัวที่ถูกต้องคือใช้ "น้ำอุณหภูมิห้อง" เท่านั้น ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือแอลกอฮอล์ โดยเช็ดเบาๆ บริเวณซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ
  • ต้องหยุดเช็ดตัวทันทีหากเด็กมีอาการหนาวสั่น ร้องไห้ หรือรู้สึกไม่สบายตัว เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงได้

“ไข้” เป็นหนึ่งในอาการที่ผู้ปกครองพบได้บ่อยที่สุดในเด็ก และมักเป็นสาเหตุให้เกิดความกังวลใจอย่างมาก กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ให้ข้อมูลสำคัญว่า การดูแลอาการไข้ในเด็กไม่จำเป็นต้องรีบรักษาให้ไข้ลงเสมอไป แต่ต้องดูแลให้เด็กสบายตัว และเข้าใจวิธีเช็ดตัวที่ถูกต้อง เพราะหากทำผิดวิธี เด็กอาจหนาวสั่นหรือตกใจได้

อุณหภูมิเท่าไหร่เรียกว่า “ไข้” ในเด็ก

นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ อธิบายว่า ภาวะไข้ในเด็กขึ้นอยู่กับวิธีวัดอุณหภูมิ ดังนี้

  • วัดจากหูหรือหน้าผาก : มากกว่า 38°C
  • วัดทางปาก : มากกว่า 37.8°C
  • วัดจากรักแร้ : มากกว่า 37.2–37.5°C

ทั้งนี้ หากเด็กยังเล่นได้ ยิ้มได้ กินได้ อารมณ์ดี ไม่จำเป็นต้องรีบลดไข้ทุกราย สิ่งสำคัญคือการดูแลให้เด็กรู้สึกสบายและเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ยาลดไข้ vs เช็ดตัว แบบไหนควรใช้ก่อน

1. ยาลดไข้ (พาราเซตามอล)

  • เป็นวิธีแรกที่แนะนำ
  • ควรให้ตามน้ำหนักตัวเด็ก
  • ปลอดภัยกว่าในเด็กส่วนใหญ่
  • หลีกเลี่ยงกลุ่มยา NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน หากสงสัยไข้เลือดออก หรือเด็กมีโรคไต โรคตับ หรือแผลในกระเพาะอาหาร

2. การเช็ดตัวลดไข้

แม้เป็นวิธีที่ใช้กันมานาน แต่จริง ๆ คือ “วิธีเสริม” ไม่ใช่วิธีจำเป็น แพทย์พบว่าการเช็ดตัวร่วมกับยา จะช่วยลดไข้ได้เร็วกว่าการกินยาอย่างเดียวในช่วง 1–2 ชั่วโมงแรก แต่ผลรวมระยะยาว ไม่ได้ทำให้ไข้ลดได้ดีกว่า

หากเช็ดตัวผิดวิธี เด็กอาจ:

  • หนาวสั่น
  • หวาดกลัว
  • ไม่สบายตัวมากขึ้น

วิธีเช็ดตัวเด็กอย่างถูกต้อง

แพทย์แนะนำขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

  • ใช้ น้ำอุณหภูมิห้อง เท่านั้น
  • ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือแอลกอฮอล์
  • เช็ด เบามือ ตามบริเวณที่เลือดไหลเวียนดี เช่น
    • รักแร้
    • ซอกคอ
    • ขาหนีบ
  • หากเด็กหนาวสั่น ร้องไห้ หรือไม่สบายตัว ให้ หยุดเช็ดทันที
  • หลีกเลี่ยงการถูแรง เพราะจะยิ่งทำให้เด็กไม่สบายตัว

ทำไมเด็กถึงมีไข้ และควรดูแลอย่างไร

นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ระบุว่า ไข้เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อการติดเชื้อ เช่น ไวรัสหรือแบคทีเรีย ไม่ได้เป็นอันตรายเสมอไป จุดสำคัญคือผู้ปกครองต้องรู้วิธีดูแลเบื้องต้น ได้แก่

  • ให้ยาลดไข้ตามน้ำหนัก
  • ให้เด็กดื่มน้ำเพียงพอ
  • ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศ
  • ให้เด็กอยู่ในห้องที่อากาศถ่ายเท
  • ไม่ห่มผ้าหนาเกินไป เพราะจะทำให้ความร้อนระบายช้า

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยยังได้จัดทำ แนวทางดูแลไข้ในเด็กจากหลักฐานทางการแพทย์ ซึ่งช่วยให้ผู้ปกครองและบุคลากรทางการแพทย์มีข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ (thaipediatrics.org)

สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาเด็กพบแพทย์

แม้ไข้ส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่หากเด็กมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน

  • เด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน มีไข้
  • เด็กมีอาการซึม ไม่เล่นเหมือนเดิม
  • มีอาการชัก
  • หอบเหนื่อย หรือหายใจลำบาก
  • มีผื่นแดง จุดเลือดออก หรือจุดแดงผิดปกติ
  • ปลายมือปลายเท้าเย็น ซีด
  • ไข้ไม่ลดลงภายใน 2–3 วัน

สรุป

การดูแลไข้ในเด็กให้ปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องของการ “รีบทำให้ไข้ลดทันที” เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการดูแลให้เด็กสบายตัว สังเกตอาการอย่างถูกต้อง และรู้ว่าควรพาไปพบแพทย์เมื่อไร การเช็ดตัวสามารถช่วยได้ แต่ต้องทำอย่างถูกวิธี และไม่จำเป็นต้องทำทุกครั้ง การมีข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้ผู้ปกครองดูแลลูกน้อยได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุด