อิหร่านกดปุ่มวิกฤตสั่ง "ปิดตายช่องแคบฮอร์มุซ" – ส่ง IRGC บอมบ์ฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรนยับ 18 จุด
ผลกระทบจากการเปิดฉากถล่มของทำเนียบขาว ส่งผลให้ศูนย์บัญชาการร่วมทางทหารของอิหร่านสั่งประกาศปิดตายและระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อย่างสมบูรณ์ 100% พร้อมออกคำเตือนขั้นเด็ดขาดสั่งให้เรือพาณิชย์และเรือบรรทุกน้ำมันทุกสัญชาติห้ามเฉียดก้าวเข้าสู่พื้นที่น่านน้ำโดยเด็ดขาด ซึ่งในเวลาต่อมากองทัพเรือของ IRGC แถลงยืนยันว่าได้ส่งเรือรบจู่โจมเร็วเข้ายิงถล่มทำลายเรือสินค้าผู้ฝ่าฝืนคำสั่งล่มกลางทะเลไปแล้วถึง 2 ลำ
ยิ่งไปกว่านั้น พลจัตวา มาจิด มูซาวี ผู้บัญชาการกองกำลังทางอวกาศของ IRGC ได้ออกมาแถลงการณ์ปลุกเร้าพร้อมยื่นคำขาดสั่นสะเทือนภูมิภาคว่า จะเปลี่ยนภูมิภาคตะวันออกกลางทั้งหมดให้กลายเป็นขุมนรกสำหรับสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ความสามหาวในครั้งนี้ ก่อนที่กองทัพอากาศและกองทัพเรือของ IRGC จะเปิดปฏิบัติการร่วมยิงขีปนาวุธนำวิถีและโดรนพลีชีพสวนกลับพุ่งเป้าถล่มฐานทัพทหารของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย โดยเฉพาะพิกัดฐานทัพทหารในประเทศคูเวต และฐานทัพกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ในประเทศบาห์เรน (US Fifth Fleet in Bahrain) ส่งผลให้เสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศในบาห์เรนระเบิดดังลั่นสั่งประชาชนอพยพหลบภัยลงหลุมด่วน ซึ่ง IRGC แถลงความสำเร็จว่าสามารถเจาะระบบป้องกันเข้าทำลายสิ่งปลูกสร้าง ค่ายทหาร และคลังแสงภายในฐานทัพสหรัฐฯ พังพินาศยับเยินไปได้รวมทั้งสิ้นถึง 18 จุดในคืนเดียว
ตลาดโลกช็อกราคาน้ำมันดิบพุ่งกระฉูด — สถานทูตสหรัฐฯ ประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด
มาตรการกดปุ่มหยุดเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและการเปิดศึกแลกหมัดด้วยอาวุธหนักและขีปนาวุธข้ามประเทศ ส่งผลกระทบสร้างความตื่นตระหนกและทุบเศรษฐกิจโลกทันที โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้าดิ่งพุ่งทะยานสูงขึ้นมากกว่า 2 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลภายในไม่กี่นาที โดยราคาน้ำมันดิบเกณฑ์สากล เบรนท์ (Brent crude) พุ่งทะยานขึ้น 2.47% ไปแตะระดับ 95.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบฝั่งสหรัฐฯ WTI ขยับพุ่งสูงขึ้นถึง 2.89% ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 92.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลทันที เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซคือเส้นทางลำเลียงน้ำมันสัดส่วน 1 ใน 5 ของโลก นอกจากนี้ สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก ได้ออกประกาศเตือนภัยด่วนที่สุด สั่งให้พลเรือนอเมริกันยกระดับการเฝ้าระวังขั้นสูงสุด
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความตึงเครียดในสมรภูมิข้างเคียงยังคงหลั่งเลือดไม่หยุด โดยเครื่องบินรบของอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการทิ้งระเบิดโจมตีรถยนต์พลเรือนกลางเมืองไซดอน (Sidon) ทางตอนใต้ของประเทศเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ทันที 2 รายและเกิดไฟไหม้ลุกลามไหม้รถยนต์ข้างเคียง ซึ่งเป็นการจงใจละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเลบานอนเมื่อวันที่ 16 เมษายนอย่างสิ้นเชิง ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินสอดคล้องกันว่า ดีลสันติภาพภาพรวมในตะวันออกกลางของทรัมป์ขยับเข้าสู่ภาวะล้มเหลวและพร้อมจะเปลี่ยนน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียให้กลายเป็นสงครามขยายวงกว้างในเวลาอันสั้น