🚨 สัญญาณเตือน! แผลแบบไหนที่ "ไม่ควรดูแลเอง" ต้องรีบพบแพทย์ด่วน!
แม้แผลส่วนใหญ่จะดูแลเบื้องต้นได้ แต่แผลบางประเภทต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจัดการทันที เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง
- แผลรุนแรง: แผลลึก แผลกว้าง หรือบาดแผลที่เลือดไหลไม่หยุด
- แผลปนเปื้อนมาก: แผลที่มีดิน โคลน หิน ทราย หรือเศษวัตถุฝังอยู่และไม่สามารถล้างออกได้
- แผลที่มาจากการถูกกัด: แผลถูกสัตว์กัด
- สัญญาณติดเชื้อ: บาดแผลที่มีอาการบวมแดง ร้อน ปวดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีหนองเกิดขึ้น
💉 เช็กด่วน! ประวัติ "วัคซีนบาดทะยัก" (Tetanus Shot)
นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เน้นย้ำว่า การประเมินประวัติวัคซีนเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้การล้างแผล
- หากคุณไม่แน่ใจว่าเคยฉีด วัคซีนบาดทะยัก ครบหรือไม่
- หากการฉีดครั้งสุดท้ายห่างไป “เกิน 5–10 ปี” แล้ว
ควรรีบไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อพิจารณาฉีดกระตุ้นทันที ในกรณีที่มีแผลสกปรกหรือแผลใหญ่ แพทย์อาจพิจารณาให้ Tetanus Immune Globulin (TIG) เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันเฉพาะหน้าให้แก่ร่างกาย
✅ ป้องกันดีกว่าแก้! ทำอย่างไรให้ปลอดภัยขณะฟื้นฟูบ้าน?
ช่วงหลังน้ำลด เป็นช่วงที่เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่าย การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสวมอุปกรณ์ป้องกันเสมอ
- สวมรองเท้าบูทกันน้ำ: เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการเหยียบสิ่งของมีคม
- สวมถุงมือยาง: ทุกครั้งที่ต้องสัมผัสดิน, โคลน หรือสิ่งปนเปื้อน
- หลีกเลี่ยงการใช้มือเปล่า: ในการจับหรือยกเศษวัสดุ
- ตรวจสอบร่างกาย: หากเกิดแผลเล็กน้อยระหว่างทำงาน ให้รีบล้างทำความสะอาดทันทีตาม 5 ขั้นตอนข้างต้น
💡 หลังน้ำลดไม่ได้หมายถึงแค่การทำความสะอาดบ้าน แต่หมายถึงการดูแลร่างกายของเราให้ปลอดภัยไปพร้อมกันด้วย เพราะแม้บาดแผลจะเล็กแค่ไหน ก็อาจซ่อนความเสี่ยงร้ายแรงกว่าที่คิด หากพบอาการผิดปกติ สามารถติดต่อ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422