“มาร์คเป็นหนึ่งในเชฟเบอร์ต้นๆ ที่ทำอาหารแบบใส่ใจในรายละเอียดของวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์อาหารอย่างจริงจัง ทุกอย่างต้องได้มาตรฐาน เป็นเชฟที่เลือกสรรมากๆ ถ้าเป็นวัตถุดิบจากเมืองไทย เช่น ผักออแกนิคก็ต้องมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ด้านการปรุงอาหาร เชฟพิถีพิถันทุกจานทุกรายละเอียด และไม่ใช่เป็นแบบเชฟสมัยใหม่ที่ทำอะไรเป็นโฟม เป็นฟอง กินอย่างละนิดๆ หน่อยๆ
เชฟมาร์คยังชอบสไตล์การทำอาหารแบบเฮฟวี่ อิ่มอร่อย แต่สวย เชฟพูดเสมอว่า อาหารจะอร่อยต้องเริ่มที่วัตถุดิบคุณภาพ เชฟมีหน้าที่ทำให้คุณภาพของวัตถุดิบนั้นโดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยเทคนิคการปรุงที่รักษาคุณภาพนั้นไว้ให้อร่อย” คุณจ้อที่เป็นทั้งผู้ป้อนวัตถุดิบและเป็นทั้งเพื่อนกล่าวถึงเชฟมาร์ค
หนึ่งในวัตถุดิบที่โดดเด่นของ “ลา บาเช่” คือ เนื้อนำเข้าเกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ Westholme และ Stockyards ซึ่งคุณจ้ออธิบายให้ฟังว่า เนื้อเป็นวัตถุดิบที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เนื้อทุกชิ้นของกูร์เมท์วันจะผ่านกรรมวิธีเว็ท-เอจ (Wet-aged) คือ การนำเนื้อไปหมักหรือบ่มเปียก ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกสูญญากาศที่อุณหภูมิศูนย์องศา เป็นเวลาประมาณ 45-60 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้เอนไซม์ (Enzyme) ในเนื้อค่อยๆ ทำงานย่อยเส้นใยกล้ามเนื้อที่แข็งแรงให้นุ่มลง โดยไม่ทำให้เนื้อสูญเสียน้ำภายในเนื้อ ผลที่ได้ คือ เนื้อที่มีคุณภาพมากขึ้น สีสวย นุ่ม มีรสชาติของเนื้อมากขึ้น ขณะที่ขั้นตอนการปรุงเนื้อก็ต้องพิถีพิถัน เน้นความแม่นยำของเชฟในการย่างบนเตาถ่านที่สั่งทำพิเศษ ใช้ถ่านไม้เพื่อให้เนื้อที่ย่างมีกลิ่นและรสชาติของการกริลล์สมบูรณ์แบบที่สุด
ความแปลกใหม่อีกประการของ “ลา บาเช่” คือ ไม่เพียงรายการอาหารในเมนูของที่ร้านเท่านั้น แต่แขกที่มารับประทานอาหารสามารถดีไซน์อาหารจานพิเศษได้เอง ด้วยการเลือกช้อปวัตถุดิบที่ชอบและในปริมาณที่ต้องการจากเคาน์เตอร์ภายในร้าน แล้วนำไปให้เชฟปรุง เป็นการสร้างสีสันในการรับประทานได้อย่างไม่จำเจ
เมนูของ “ลา บาเช่” แบ่งเป็นสัดส่วนง่ายต่อการออเดอร์ นอกเหนือจากหอยนางรมสดจากแบรนด์ดัง Saint Kerber และคาเวียร์จาก Sturia Caviar Haute Couture เมนูแนะนำที่มาแล้วพลาดไม่ได้ ได้แก่ ฮามอน อิเบริโกแฮมขาหมูดำ (Jamon Iberico Ham), ทรัฟเฟิลชีสซูเฟล่ (Truffle Cheese Souffle), สลัดชีสนมแพะ (Warm Goat Cheese Salad), “ลา บาเช่” อกเป็ดพาสตรามี่ (“La Brace Homemade” Cured Duck Breast Pastrami), สปาเก็ตตี้ซีฟู้ดอาราเบียตต้า (Spaghetti Seafood Arrabbiata), หอยตลับสไตล์แอนดาลูเซียในซอสไวน์ขาว (Andalucian Style Clams in White Wine Chilli Sauce), สปาเกตตี้ผัดพริกกระเทียมน้ำมันมะกอกและแอนโชวี (Spaghettia Olio, Anchovy with Garlic, Chilli), ปลากระพงฝรั่งเศสย่างซอสเคเปอร์มะนาว (Grilled French Seabass, Caper Lemon Sauce), ไส้กรอกโฮมเมดย่าง (Grilled Mixed Home-made Sausages)
และเนื้อวากิวย่างเตาถ่านที่มีให้เลือกทั้ง Wagyu +5 Striploin, Rib Eye, Tenderloin, Tomahawk จากแบรนด์ Westholme และ Stockyards, และ Young Lamb Rack จากแบรนด์ Ambassador ประเทศออสเตรเลีย รวมถึงของหวานอย่าง ช็อคโกแลตลาวา (Chocolate Lava) ที่เชฟเลือกใช้ เวโรน่า (Valrhona) ช็อคโกแลตพรีเมี่ยมจากฝรั่งเศส
นอกจากอาหารที่พิถีพิถันแล้ว ในส่วนของเครื่องดื่มก็ได้รับการออกแบบอย่างดีจาก “ณิกษ์ อนุมานราชธน” Drink Designer เบอร์ต้นๆ ของวงการเครื่องดื่มไทย ที่ได้ดีไซน์เมนูเครื่องดื่มทั้งค็อกเทลและม็อกเทล พร้อมทั้งการ “แพริ่ง” อาหารกับเครื่องดื่มในมุมมองใหม่ เป็นการสร้างสรรค์การรับประทานให้รื่นรมย์มากขึ้นในรูปแบบที่แปลกใหม่ “ลา บาเช่” ยังมีไวน์คุณภาพจากแหล่งผลิตและไวน์เนอรี่ชั้นนำทั่วโลกกว่า 300 เลเบล ทั้งไวน์โลกเก่าและไวน์โลกใหม่ไว้ให้เลือกดื่มหรือเลือกแพริ่งกับอาหาร โดยมีซอมเมอลิเยร์ประจำร้านคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
สำหรับบรรยากาศภายในของ “ลา บาเช่” เน้นแบบบลำลอง แต่มีสไตล์เรียบหรูเล็กๆ เน้นความโปร่ง โล่งสบาย ด้วยเพดานสูง 8 เมตร สว่างสดใสด้วยแสงจากธรรมชาติ พื้นที่ภายในร้านมีขนาดใหญ่รองรับได้ถึง 103 ที่นั่ง ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เพื่อสร้างโทนอบอุ่น เลือกใช้โต๊ะขนาดใหญ่ไม่อึดอัด ครัวเป็นแบบครัวเปิดสร้างความรู้สึกคุ้นเคย ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา พร้อมเพลิดเพลินไปกับโซนต่างๆ ภายในร้าน ไม่ว่าจะเป็น Oyster Bar, Champagne & Wine Bar และ Charcuterie Selection Counter รวมทั้ง Private Rooms บนชั้นลอยจำนวน 2 ห้อง สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการรับประทานอาหาร หรือใช้เป็นพื้นที่ Co-working Space ในบรรยากาศสบายๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในการประชุมครบครัน
ในช่วง Pre-opening นี้ “ลา บาเช่” ขอแนะนำ Set Lunch อาหารกลางวัน 3 คอร์ส ในราคาพิเศษสุดๆ เพียง 490 บาทสุทธิ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ลองลิ้มชิมอาหารจากฝีมือเชฟมาร์ค จานแรกเลือกได้ระหว่างซุปมะเขือเทศรสชาติสดชื่น (Roasted Vine Tomato Soup, Pesto) หรือมิกซ์กรีนสลัดโรยเฟต้าชีส (Mixed Green Salad, Marinated Fetta, Pistachio Dressing) จานหลักเป็นลาซานญ่าสูตรพิเศษของร้าน (“La Brace” Oven-baked Lasagne) หรือจะเลือกพาสต้าจานอร่อยที่มีเส้นพาสต้าให้เลือกถึง 4 แบบ และซอสพาสต้า 3 ชนิด (Spaghetti, Fettuccine, Penne, Parpardalle + Choice of Sauce: Olio, Carbonara, Bolognaise), ของหวานเป็นไอศครีมวนิลาสั่งพิเศษตัดรสด้วยเบอร์รีคอมโป้ด (Vanilla Ice Cream, Berry Compote) ชุดอาหารกลางวันยังมาพร้อมกับเซ็ตขนมปังฝรั่งเศสเสิร์ฟคู่กับธัญญพืชบด (Dukkah) และน้ำมันมะกอกหอมๆ ชุดอาหารกลางวัน 3 คอร์ส ให้บริการทุกวัน ระหว่างเวลา 12.00-16.00 น.
ด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพของวัตถุดิบในมือ บวกกับทีมเชฟมากฝีมือ วันนี้ “ลา บาเช่” พร้อมเปิดประตูต้อนรับเหล่านักชิมนักดื่มให้เข้ามาลิ้มลองแล้ว เมื่อนึกถึงอาหารระดับพรีเมียมสไตล์ “เมดิเตอร์เรเนียนกริลล์” นึกถึง “ลา บาเช่” สุดยอดกริลล์เฮ้าส์และไวน์บาร์ หนึ่งเดียวในย่านเอกมัย-ทองหล่อ
ข้อมูลเพิ่มเติม
ลา บาเช่ กริลล์เฮ้าส์ แอนด์ ไวน์บาร์ @ Earth Ekamai ถนนเอกมัย สุขุมวิท 63 เปิดบริการทุกวัน เวลา 12.00 น. ถึง 22:00 น. โทร. 094 540 6662