svasdssvasds
เนชั่นทีวี

อาหาร

‘กระชาย’ เหง้าโสมไทย ภูมิปัญญาที่นำมาใช้ในยุคโควิด

14 พฤศจิกายน 2565
เกาะติดข่าวสาร >> NationTV
logoline

รู้จักโสมไทย “กระชาย” ราชาแห่งสมุนไพรในยุคโควิด พืชเหง้าในครัวที่มีดีไม่แพ้โสมเกาหลี ยาอายุวัฒนะ ตัวช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ และประโยชน์อีกนานัปการ

"กระชาย" เป็นพืชสมุนไพรคู่ครัวที่นอกจากนิยมนำมาทำอาหารแล้ว ยังอยู่ในตำรับยาพื้นบ้านของคนไทยมาช้านาน โดยในช่วงสองปีที่ผ่านมา กระชาย โดยเฉพาะ “กระชายขาว” ได้รับความสนใจในฐานะสมุนไพรที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย หนึ่งในพืชสมุนไพรใกล้ตัวที่มีฤทธิ์ช่วยต้านโควิด

‘กระชาย’ เหง้าโสมไทย ภูมิปัญญาที่นำมาใช้ในยุคโควิด ชื่อสามัญของกระชายมีหลายอย่าง อาทิ Fingerroot หรือ Chainese ginger หรือ Chainese Key หรือ Galingale มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. อยู่ในวงศ์ขิง ZINGIBERACEAE เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี มีลำต้นอยู่ใต้ดิน เรียกว่า “เหง้า” รากสะสมอาหารจนพองเป็นก้านคล้ายนิ้วมือ เรียกว่า “แง่ง”

ถิ่นกำเนิดของกระชายอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บ้างถูกเรียกกันว่า “ขิงจีน” เพราะมีลักษณะและสรรพคุณเช่นเดียวกับ “โสม” ที่สำคัญมีผลข้างเคียงในทางลบกับร่างกายคนไม่มาก ราคาไม่สูง ให้ประโยชน์มากมาย จึงนับว่า กระชาย เป็นสิ่งที่คนไทยไม่ควรจะมองข้าม

คุณประโยชน์มากมายที่กล่าวอ้าง ประการแรกต้องอ้างเอาผลการวิจัยคุณค่าทางอาหารที่กระชายมีอยู่ในแง่ง เหง้าหรือหัว น้ำหนัก 100 กรัม ประกอบด้วย

  • คาร์โบไฮเดรต 17.8 กรัม
  • เส้นใยอาหาร 2.0 กรัม
  • น้ำตาล 1.7 กรัม
  • โปรตีน 1.8 กรัม
  • โพแทสเซียม 415 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 13 มิลลิกรัม
  • ไขมันอิ่มตัว 0.2 กรัม
  • ไขมันไม่อิ่มตัว 0.2 กรัม
  • วิตามีนบีหก 8%
  • วิตามีนซี 8%
  • แคลเซียม 2%
  • เหล็ก 3%
  • แมกนีเซียม 11%

สรรพคุณกระชายขาว

กระชายขาวเป็นสมุนไพรภูมิปัญญาพื้นบ้านที่นำมาใช้ประโยชน์ได้หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นเหง้า ราก ใบ นิยมนำมาต้มดื่มเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย โดยใส่มะนา หรือน้ำผึ้งเพิ่มเติมลงไป เพื่อลดความขมของเหง้ากระชายขาวสด บ้างก็นำมาบดทำเป็นยาในทางแพทย์แผนไทย โดยมีสรรพคุณสร้างภูมิคุ้มกัน รวมถึงช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ดังนี้

  • รักษาโรคปากเปื่อย และปากเป็นแผล
  • รักษาอาการจมูกไม่ได้กลิ่น ไซนัสอักเสบ
  • ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
  • ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย ชูกำลัง บำรุงหัวใจให้แข็งแรง
  • บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • แก้อาการวิงเวียนศีรษะ แน่นหน้าอก
  • ช่วยปรับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุล ช่วยให้ความดันโลหิตเป็นปกติ
  • ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
  • กระชายมีแคลเซียมสูง บำรุงกระดูกไม่ให้เปราะแตกง่าย และป้องกันกระดูกพรุน
  • มีวิตามินบี 1, บี 3 และบี 6 ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปบำรุงหล่อเลี้ยงสมองส่วนกลางสะดวกขึ้น
  • ป้องกันไทรอยด์เป็นพิษ
  • ชะลอการเกิดหัวล้าน ผมหงอกก่อนวัย
  • กระชายมีสารออกฤทธิ์ให้อนุมูลอิสระเป็นกลาง จึงลดความเสียหายของร่างกายจากการเกิดอนุมูลอิสระได้
  • มีฤทธิ์ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) และฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) ถ้าผู้ชายและผู้หญิงมีฮอร์โมนเพศน้อยหรือมากเกินไป มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก ฉะนั้น การดื่มน้ำกระชายเป็นประจำจะช่วยปรับฮอร์โมนให้สมดุล ดูแลระบบเพศ ทั้งมดลูก รังไข่ กระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก

 

"กระชายขาว" ป้องกันโควิด-19 ได้จริงหรือไม่?

สาเหตุที่ทำให้กระชายขาวเป็นพืชสมุนไพรที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเมื่อปี 2563 ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดเผยงานวิจัยสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านโควิด-19 พบว่า "กระชายขาว" มีฤทธิ์ต้านที่สูงมาก ประกอบด้วยสารสำคัญ 2 ชนิด ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อในหลอดทดลองอย่างได้ผล ได้แก่ Panduratin A และ Pinostrobin โดยจะทำหน้าที่เป็นกลไกต้านเชื้อโควิด-19 ทั้งลดจำนวนเซลล์ที่ติดเชื้อ และยับยั้งการผลิตไวรัสออกมาจากเซลล์

ทั้งนี้ โครงการวิจัยดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS โดยเบื้องต้น กำลังอยู่ระหว่างศึกษาทดลองเพิ่มเติม เพื่อผลิตสารสกัดกระชายขาว ให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการรักษาผู้ป่วยมากที่สุด โดยขณะนี้งานวิจัยกระชายขาวอยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัยในคน ซึ่งสามารถติดตามผลความคืบหน้าหรือข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ข้อควรรู้ก่อนกิน "กระชายขาว"

แม้กระชายขาวจะมีสรรพคุณทางยา แต่หากกินติดต่อกันเป็นเวลานานในปริมาณเกินพอดี ก็อาจส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะอาการร้อนใน แผลในปาก ปัญหาเหงือกร่น และภาวะใจสั่น เนื่องจากกระชายขาวเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนนั่นเอง หากกินเยอะเกินไปร่างกายอาจเสียสมดุลได้ อย่างไรก็ตาม หากจะกินกระชายขาวเพื่อรักษาโรค ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ เด็ก สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร และผู้ป่วยโรคตับอักเสบ ไม่ควรกินกระชายขาว เพราะจะส่งผลต่อการทำงานของตับและไต

‘กระชาย’ เหง้าโสมไทย ภูมิปัญญาที่นำมาใช้ในยุคโควิด

กระชายกับเมนูอาหารจานอร่อย

ผัดเผ็ดปลาดุกใส่กระชาย ผัดเผ็ดหมูป่า สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล ผัดฉ่าลูกชิ้นปลากราย ขนมจีนน้ำยาป่า แกงเลียงกุ้งสด

สูตรน้ำกระชายเสริมภูมิคุ้มกัน

  1. กระชายสด 200 กรัม
  2. ขิงสด 50 กรัม
  3. ใบหูเสือ 10 ใบ
  4. น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
  5. น้ำสะอาด 1 ลิตร
  6. มะนาว
  7. น้ำผึ้ง
  8. เกลือป่น

ขั้นตอนการเตรียมน้ำสมุนไพร

  • ล้างกระชายและขิงให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปปั่นให้ละเอียด
  • ต้มน้ำให้เดือด ใส่กระชายและขิงที่ปั่นละเอียดแล้ว ต่มเคี่ยวนาน 15 นาที เติมน้ำตาลทรายแดง
  • ลงไปคนให้ละลาย จากนั้นตั้งทิ้งไว้ให้เย็น
  • เตรียมน้ำคั้นหูเสือ โดยนำใบหูเสือ 10 ใบ ล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นพอหยาบ ปั่นกับน้ำสะอาด 200 มิลลิลิตร คั้นเอาแต่น้ำ

ขั้นตอนการปรุงเครื่องดื่ม

ตวงไซรัปกระชายและขิง ใส่แก้ว 40 มิลลิลิตร (ผสมน้ำผึ้ง มะนาว เกลือตามชอบ) เติมน้ำแข็งให้เต็มแก้ว เติมโซดา 80 มิลลิลิตร เติมน้ำคั้นใบหูเสือ 20 มิลลิลิตร จากนั้นคนส่วนผสมให้เข้ากัน ดื่มเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรวันละ 1-2 ครั้ง

กระชายกับนวัตกรรมใหม่ในวงการบิวตี้-สุขภาพ

ปัจจุบันกระชายถูกนำมาแปรรูปในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ทานง่าย พกพาสะดวก ซึ่งหนึ่งในผลิตภัฑณ์จากกระชายที่คนไทยนำเสนอต่อสายตาชาวโลกได้อย่างน่าสนใจคือ Hems Jelly Joob (เหมศ์ เจลลี่จุ้บ) เจลลี่คอลลาเจนกระชายขาว นวัตกรรมที่ช่วยยกระดับสมุนไพรไทย โดยคุณโอบอุ้ม-จิรัฏฐ์ณิชชา หุวะนันทน์ ผู้หญิงเก่งรอบด้านที่ต่อยอดธุรกิจคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอกย้ำความเป็นนักธุรกิจหญิงเก่งสายครีเอทีฟและนักธุรกิจใจดีที่ชอบช่วยเหลือสังคม

คุณโอบอุ้ม-จิรัฏฐ์ณิชชา หุวะนันทน์

“จุดเริ่มต้นเกิดจากช่วงหลังโควิดที่มีเกษตรกรลุกขึ้นปลูกกระชายขาวกันอย่างแพร่หลายจนล้นตลาด ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ในการสร้างโอกาสจากวิกฤต โดยเริ่มรับซื้อกระชายขาวจากเกษตรกรทั่วประเทศ แล้วนำส่งออกไปเข้ากระบวนการการผลิตที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งตัวโรงงานก็ได้รับใบรับรองจากระบบ HACCP ด้านมาตรฐานควบคุมดูแลความปลอดภัยในทุกกระบวนการผลิต ถือว่าเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับความนิยมและยอมรับจากนานาชาติทั่วโลก และยังผ่านการรับรองจาก IGC (Institute of Global Certification) มาตรฐานด้านระบบจัดการความปลอดภัยของอาหาร ซึ่งนานาชาติให้การยอมรับอีกด้วย” คุณโอบอุ้ม กล่าว

ส่วนผสมของ Hems Jelly Joob วัตถุดิบหลักคือ ‘กระชายขาว’ ช่วยบรรเทาอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร เสริมสร้างระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงสมองและมวลกระดูก นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต ส่งเสริมสมรรถภาพทางเพศ และมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ รวมถึงการต้านไวรัสโควิด-19 และลดการติดเชื้อไวรัสที่มีในอากาศ พร้อมด้วย ‘คอลลาเจนไตรเป็ปไทด์’ จากปลาทะเลน้ำลึก ช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิว สุดท้ายคือ ‘แอลคาร์นิทีน’ จากผลิตภัณฑ์นม ที่ช่วยเสริมระบบเผาผลาญและการขับถ่าย ลดการสะสมของไขมันในร่างกาย ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกออกแบบให้สามารถรับประทานได้ง่าย รสชาติอร่อย เหมาะกับทุกเพศทุกวัน

‘กระชาย’ เหง้าโสมไทย ภูมิปัญญาที่นำมาใช้ในยุคโควิด แม้จะเป็นแบรนด์น้องใหม่ของตลาดความงาม แต่ Hems Jelly Joob ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมใหม่เพื่อสุขภาพสุดสร้างสรรค์ที่มาแรงแห่งปี และได้รับเครื่องหมายรับรองจากสำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อีกทั้งยังสามารถคว้ารางวัลใหญ่ อย่างรางวัล The Best Product of the Year 2022 จากงานประกาศรางวัล ความสำเร็จมาตรฐานธุรกิจ ที่จัดโดย สภาเครือข่ายสถาบันส่งเสริมพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจแห่งประเทศไทย (สส.ศท) นอกจากนี้ยังได้รับใบประกาศนียบัตร Icon Brand Asean ปี 2022 ซึ่งจัดในงานเดียวกันอีกด้วย

“อุ้มคิดว่ารางวัลที่ได้รับมาเกิดจากการตีโจทย์ของอุ้มที่อยากเปิดโลกสมุนไพรไทยสู่เวทีโลก โดยการนำเอาออกมาแปรรูป มีคุณสมบัติในการบำรุงร่างกายเป็นหลัก เน้นสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก ที่สำคัญตัวกระชายขาวถือได้ว่าเป็นสมุนไพรไทยที่ส่งผลดีต่อสุขภาพเทียบเท่ากับโสมที่มีคุณสมบัติในการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ควบคุมความดันโลหิต และอื่น ๆ อีกมากมายที่มีประโยชน์กับร่างกายเช่นเดียวกัน ทำให้อุ้มเลือกที่จะโชว์กระชายขาวที่เป็นสมุนไพรไทยให้เป็นรูปแบบใหม่ รสชาติอร่อย รับประทานง่าย และยังสามารถรับประทานได้ทุกวัน เรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมความเป็นกระชายขาวที่คนส่วนใหญ่รู้จักไปได้เลย”

 

 

logoline