คุณวินิดา มังกรกาญจน์ นายกสมาคมกาแฟไทย ยังได้กล่าวว่า “จากการร่วมงานกับสมาคมมาเป็นเวลา 10 ปี ได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดกาแฟมาอย่างมากมาย ได้เห็นถึงการพัฒนาในทุกอณูของวงการกาแฟไทย ทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยีที่สมัยใหม่มีบทบาทช่วยผลักดันให้ทุกขั้นตอนของห่วงโซ่กาแฟได้มีการพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเข้าถึงกาแฟที่ดีมีรสชาติหลากหลายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการสร้างเอกลักษณ์กาแฟของแต่ละพื้นที่ รวมไปถึงโรงคั่ว ร้านคาเฟ่ และแก้วกาแฟ ซึ่งสามารถเปิดตลาดให้นักดื่มกาแฟทั้งหน้าใหม่และเก่าได้เพลิดเพลินรสชาติกาแฟมากขึ้น นำไปสู่การเจริญเติบโตของตลาดกาแฟไทย”
ภายในงานยังมีปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ ทิศทางกาแฟไทย โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ชูชาติ วัฒนวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน นอกจากนี้ นายสุธรรม วิชชุไตรภพ ประธานมูลนิธิชาวสวนกาแฟ ตัวแทนภาคเกษตรกร ได้ขึ้นมากล่าวชื่นชมและยินดีกับสมาคมกาแฟไทยที่ได้ดำเนินมาครบรอบ 40 ปี ในการพัฒนากาแฟไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ว่า
“การพัฒนากาแฟไทยไปสู่การแข่งขันในตลาดกาแฟโลกนั้นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกาแฟ เกษตรกร และรัฐบาล ซึ่งผมและท่านสุษิร สุรัตนกวีกุล นายกสมาคมผู้ส่งออกกาแฟคนแรก เราช่วยกันคิดเพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของเกษตรกรและผู้ประกอบธุรกิจกาแฟ เราเหมือนพี่น้องครอบครัวเดียวกัน ถ้าเกษตรกรอยู่ไม่ได้ ผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟก็อยู่ไม่ได้ เราต้องช่วยกันพัฒนาเพื่อให้กาแฟไทยเป็นที่ยอมรับ และก้าวไปสู่เวทีตลาดกาแฟโลกให้จงได้”
“ผมโชคดีในฐานะผู้นำเกษตรกรที่ได้เข้ามาร่วมงานศึกษาและทำงานร่วมกับสมาคมกาแฟไทยตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบัน ได้เรียนรู้การตลาด การพัฒนาคุณภาพและความเข้มแข็งของเกษตรกร สถาบันเกษตรกรเน้นหลักในการพัฒนาคุณภาพ การรวมกลุ่มนาผลผลิตกาแฟขายให้สมาคมผู้ส่งออกกาแฟโดยตรง โดยการรวมกลุ่ม ความเข้มแข็งของสถาบันเกษตรกร ตลอดจนการพัฒนาการผลิต การตลาด การแปรรูปผลผลิต เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เป็นผู้ดำเนินการจัดตั้งกองทุนกาแฟ มูลนิธิชาวสวนกาแฟ และผลักดันการสมัครเป็นสมาชิกองค์การกาแฟระหว่างประเทศ หรือ ไอซีโอ และได้ประกันราคาเมล็ดกาแฟ
“ท่านอดีตนายกสมาคมกาแฟไทย คุณวารี สดประเสริฐ ได้มีความตั้งใจและปรารถนาที่จะเน้นการพัฒนาคุณภาพกาแฟไทยให้เป็นเลิศ โดยการมีส่วนร่วมพัฒนาให้ความคิดเดียวกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกาแฟ เกษตรกร และรัฐบาล โดยเคารพในสิทธิและผลประโยชน์ด้วยกันทั้งในปัจุบันและอนาคต โดยการจัดสัมมนาชาวสวนกาแฟเพื่อให้ตัวแทนเกษตรกรรับฟังความคิดเห็นและปัญหาของเกษตรกร นำเกษตรกรศึกษาดูงานต่างประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา เวียดนาม ลาว เมียนมา จีน เกาหลี ไต้หวัน เพื่อให้ได้ศึกษาข้อเท็จจริงทั้งการผลิต การตลาด การแปรรูปอุตสาหกรรมกาแฟ และความเข้มแข็งของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนกาแฟ เพื่อนำกลับมาพัฒนาในประเทศไทย” นายสุธรรม กล่าว
ก้าวต่อไปของสมาคมกาแฟไทยคือ การผลักดันทิศทางและนโยบายที่จะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า เพิ่มสามารถการแข่งขันในตลาดกาแฟทั้งในประเทศและต่างประเทศ เน้นผลักดันนโยบายกับภาครัฐ เพื่อปลดล็อคอุปสรรคทางการค้า นำพาให้กาแฟไทยไปสู่เป้าหมาย การเป็น Coffee Hub ของอาเซียน