กทม.ตรวจเข้มความปลอดภัยของโป๊ะ-ท่าเทียบเรือ 260 ท่าก่อน "ลอยกระทง" 2564 สร้างความมั่นใจแก่ประชาชนก่อนร่วมงาน จัดเจ้าหน้าที่ประจำโป๊ะตลอดเวลาจัดงาน

17 พฤศจิกายน 2564 นายสกลธี  ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจสอบความปลอดภัยท่าเทียบเรือและโป๊ะ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน 6 ท่า ได้แก่ ท่าเรือท่าช้าง ท่าเรือสะพานพระพุทธยอดฟ้า เขตพระนคร ท่าเรือวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ ท่าเรือวังหลัง (ฝั่งธนบุรี) เขตบางกอกน้อย ท่าเรือสะพานพระปิ่นเกล้า (ฝั่งธนบุรี) เขตบางกอกน้อย และท่าเรือสะพานพระราม 8 เขตบางพลัด โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักเทศกิจ สำนักการระบายน้ำ สำนักการแพทย์ สำนักงานเขตพื้นที่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมคณะ

"สกลธี" ตรวจท่าเรือ-โป๊ะ สร้างความมั่นใจช่วง "ลอยกระทง"

โดยริมแม่น้ำเจ้าพระยามีโป๊ะและท่าเรือ 260 ท่า มีสภาพปกติสามารถใช้ได้ 230 ท่า แบ่งเป็นท่าเรือเอกชน 169 ท่า ท่าเรือสาธารณะ 59 ท่า ไม่มีเจ้าของ 2 ท่า มีท่าเรือชำรุดต้องปรับปรุงซ่อมแซม 30 ท่า แบ่งเป็นท่าเรือเอกชน 24 ท่า ท่าเรือสาธารณะ 6 ท่า

สำหรับโป๊ะและท่าเรือที่มีสภาพปกติสามารถใช้ได้ กรุงเทพมหานครได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจและเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอยู่ประจำทุกจุดเพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน พร้อมทั้งขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด รวมทั้งติดตั้งป้ายแสดงจำนวนคนที่โป๊ะและท่าเรือสามารถรองรับได้สูงสุดอย่างชัดเจนเพื่อแจ้งเตือนประชาชน

"สกลธี" ตรวจท่าเรือ-โป๊ะ สร้างความมั่นใจช่วง "ลอยกระทง"

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครอยากขอความร่วมมือประชาชนที่ไปลอยกระทง ลงโป๊ะหรือท่าเรือน้อยกว่าจำนวนที่กำหนด 25% เพื่อความไม่ประมาทและความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง พร้อมทั้งสั่งการให้เรือตรวจการณ์ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักเทศกิจ และสำนักการแพทย์ ร่วมตรวจการณ์ในวันงานเพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตลอดแม่น้ำเจ้าพระยา

"สกลธี" ตรวจท่าเรือ-โป๊ะ สร้างความมั่นใจช่วง "ลอยกระทง"