ส่วนการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในการปรับมาตรการหลังการอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจประมาณ 3,000 ราย พบว่า ประชาชนร้อยละ 56.8 ไม่เห็นด้วยกับการดื่มสุราในร้านอาหารที่มีการอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากร้อยละ 86.6 กังวลจะเกิดการระบาดระลอกใหม่ ไม่มั่นใจในมาตรการป้องกันโรคของร้าน ร้อยละ 56.3 จำนวนผู้ติดเชื้อยังสูงอยู่ร้อยละ 53.8 กลัวตนเองจะติดเชื้อร้อยละ 17.7 ส่วนมาตรการอื่นๆเช่น การร่วมกลุ่ม ผู้ดื่มมีการป้องกันตัวเองลดลงร้อยละ5.4
ทั้งนี้ ประชาชนยังระบุด้วยว่าหากร้านอาหารที่เปิดให้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีการติดป้ายมาตรฐาน จะสร้างความเชื่อมั่นได้ร้อยละ 70.7
นายแพทย์เกษม เวชสุทธานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กรมอนามัย ระบุถึงผลการติดตามและส่งประเมินสถานประกอบการร้านอาหารที่มีการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยพบว่า ร้านค้าบางแห่งให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามอย่างเคร่องครัดเช่น การจำกัดระยะเวลาการบริโภค ไม่จัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มเยอะ และไม่จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย พร้อมย้ำ ต้องจัดอุปกรณ์เครื่องดื่มบริโภคเฉพาะบุคคล รวมถึงไม่จำหน่ายในรูปแบบภาชนะที่มีโอกาสสัมผัสใช้ร่วมกัน เช่น ถังน้ำแข็ง
ส่วนมาตรการที่ร้านไหน ควรปรับปรุงซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเน้นย้ำในเรื่องของระยะห่างระหว่างบุคคล การจัดพื้นที่ไม่ให้แออัด การจัดเจลแอลกอฮอล์ประจำโต๊ะ การให้พนักงานประเมินความเสี่ยงของตนเองผ่านไทยเซฟไทย
ทั้งนี้ จากการสุ่มประเมินร้านอาหารที่เปิดให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน พบ 3 ร้านไม่ปฏิบัติตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข เบื้องต้น ได้สั่งปรับเงินทั้ง 3 ร้าน ร้านละ 6,000 บาท ตามมาตรา 51 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ปรับสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท โดยอัตราเทียบคดี ครั้งที่แรก 6,000 บาท ครั้งที่ 2 1,200 บาท และครั้งที่ 3 เป็นต้นไป 20,000 บาท