ในทางกลับกัน วิภา เจ้าของโรงแรมแห่งหนึ่งบนเกาะพะงัน ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นที่หมายท่องเที่ยวที่คึกคักของภาคใต้ กลับถูกโรคระบาดพรากรอยยิ้มไป
หากเทียบกับเขาใหญ่ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 3 ชั่วโมงนั้น เกาะพะงันซึ่งตั้งอยู่นอกฝั่งอ่าวไทยและใช้เวลาบินจากกรุงเทพฯ 1 ชั่วโมง กำลังเผชิญกับสภาพการณ์ที่ตรงกันข้าม
วิภาเผยว่าในช่วงวันหยุด 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. โรงแรมของเธอมีผู้เข้าพักเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น
วิภาบริหารโรงแรมมานานร่วม 30 ปี "เรามีห้องพัก 124 ห้อง และพนักงานมากกว่า 90 คน แต่มีรายได้ตกเดือนละไม่ถึง 200,000 บาท ทุกเดือนตั้งแต่เดือนมีนาคม ลูกค้าของเราประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์เป็นต่างชาติ"
เกาะพะงันเป็นที่รู้จักทั้งในกิจกรรม "ฟูลมูนปาร์ตี" และชายหาดที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ เกาะพะงันจึงเป็นสวรรค์เมืองร้อนของบรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่ด้วยค่าตั๋วเครื่องบินและที่พักที่มีราคาสูง ทำให้ชาวไทยไม่นิยมมาเที่ยว
"โรคระบาดทำรายได้หายไป หวังว่าการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ภายในสิ้นปีนี้ ไม่อย่างนั้นเราคงต้องปิดตัว" เจ้าของร้านกล่าวพร้อมรอยยิ้มอันขมขื่น
ณ ประเทศซึ่งได้ชื่อว่าดินแดนแห่งรอยยิ้มแห่งนี้ คนไทยได้สร้างชื่อเสียงอันเป็นที่กล่าวขานในทั้งการดำเนินชีวิตอย่างสนุกสนานและเรียบง่าย โดยมี "รอยยิ้ม" เป็นองค์ประกอบสำคัญ
แม้ว่าเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลักจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่รอยยิ้มของคนไทยก็ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อโรคระบาด ทว่าดูเหมือนจะมีบางสิ่งขาดหายไป
"เราต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2 คน นับตั้งแต่คลายล็อกดาวน์ เป็นชาวกัมพูชาคนหนึ่งซึ่งโดยสารเครื่องบินส่วนตัวเข้ามาโดยใช้วีซ่าสำหรับผู้พำนักระยะยาว อีกคนหนึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ทูตจากเม็กซิโกซึ่งเป็นผู้ถือบัตรอภิสิทธิ์ภายใต้การจัดการพิเศษ" ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าว
ปี 2019 ไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 39.8 ล้านคน หรือเทียบเท่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ ด้านททท. คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศในปีนี้อาจดิ่งลงร้อยละ 80 ด้วยปริมาณการจราจรทางอากาศระหว่างประเทศที่ฟื้นตัวเพียงร้อยละ 10 ของช่วงก่อนเกิดการระบาด
เพื่อช่วยเหลือภาคการท่องเที่ยวที่เสียหายหนักและรักษาตำแหน่งงานหลายล้านอัตรา รัฐบาลจึงมีแผนเปิดเกาะภูเก็ตเพื่อเป็นต้นแบบในการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมา
อย่างไรก็ดี ผู้ว่าการระบุว่าแผนดังกล่าวประสบปัญหา หลังพบผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 จากในประเทศรายแรกในรอบกว่า 3 เดือน
เขาระบุว่ามาตรการกักตัวที่เข้มงวด ความคิดเห็นของประชาชนที่แบ่งออกเป็นสองฝ่าย และความสามารถในการให้บริการด้านการแพทย์ คือปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณา ซึ่งทำให้แผนการเปิดเกาะภูเก็ตล่าช้าออกไป
"ดังนั้น เราจึงต้องให้ความสำคัญกับแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่เราก็พบว่าการท่องเที่ยวในประเทศยังไม่คึกคักอย่างที่คาดแม้รัฐจะอุดหนุนแล้วก็ตาม ประชาชนยังคงชอบการเดินทางระยะสั้นนานไม่เกิน 3 ชั่วโมง สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งจึงไม่อาจสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้" ผู้ว่าการกล่าว
นอกเหนือจากการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศแล้ว ททท. ยังพยายามเสนอข้อเสนอพิเศษด้านการท่องเที่ยวในไทยให้แก่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศกว่า 2 ล้านคน และปัจจุบัน ททท. ยังเป็นคู่สัญญากับอาลีเพย์ (Alipay) และฟลิกกี (Fliggy) แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวจากจีน ในการส่งเสริมแคมเปญการท่องเที่ยวภายในประเทศสำหรับผู้อยู่อาศัยชาวจีน
"เราเชื่อว่าโรคระบาดจะผ่านพ้นไป และการท่องเที่ยวจะกลับมาเฟื่องฟูสักวันหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่ากว่าจะถึงตอนนั้น จะมีธุรกิจอยู่รอดได้มากน้อยแค่ไหน" ผู้ว่าการกล่าว
CR: xinhuathai