ถ้าจะรักการใช้ชีวิตอิสระ ต้องบาลานซ์ตัวเองให้เป็น ถ้อยคำบอกเล่าจากหนุ่มไอที ที่รักชีวิตการเดินทาง ท่องเที่ยว อย่าง ชิว-ณัฐพล อดุลย์ผดุงศักดิ์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ถ้าจะรักการใช้ชีวิตอิสระต้องบาลานซ์ตัวเองให้เป็น ถ้อยคำบอกเล่าจากหนุ่มไอทีที่รักชีวิตการเดินทาง ท่องเที่ยว อย่าง ชิว-ณัฐพล อดุลย์ผดุงศักดิ์

จากหนุ่มไอทีผันตัวเองมาสู่การบริหารไลฟ์สไตล์ ของการใช้ชีวิตทุกชั่วโมงอย่างคุ้มค่าเพราะนอกจากจะทำงานประจำในตำแหน่ง ไอที คอนเซาท์ ให้กับบริษัทแห่งหนึ่งแล้วยังต้องแบ่งเวลาเสี้ยวหนึ่งไปเรียนเพิ่มเติมและแบ่งเวลาที่มีอีกเหลืออีกเสี้ยวไปท่องเที่ยวตามฝันของตัวเอง

และแม้ตอนนี้จะเรียนจบปริญญาโททางบริหารธุรกิจหรือ MBA จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มาแล้ว แต่เวลาว่างของเขาก็แบ่งไปให้กับงานไม่ประจำที่รัก ทั้งที่เป็นบล็อกเกอร์ในพันทิบและในแฟนเพจ facebook.com/ChillJourney ซึ่งมีทั้งโชว์ภาพถ่ายรีวิวท่องเที่ยว แล้วยังรับงานโฆษณาประเภท Tie-in ในคอลัมน์อีกด้วย


"ผมเริ่มท่องเที่ยวได้ประมาณ 3 ปีนี่เอง Chill Journey ก็มาจากชื่อผมที่ชอบท่องเที่ยวและอีกความหมายก็คือ การท่องเที่ยวแบบสบายๆ ตอนที่เรียนโทภาคพิเศษ ก็ทั้งทำงานทั้งเรียนไปด้วยแต่ยังหาช่องว่างเดินทางท่องเที่ยวจนได้"



ชิว-ณัฐพล เริ่มมาเป็น Somebody หลังจากที่เขียนรีวิวการเดินทางท่องเที่ยวที่ผ่านมาในเฟสบุ๊คแฟนเพจที่เริ่มมาได้ประมาณปีกว่า กระทั่งปัจจุบันมีคนเข้ามาเป็นสมาชิกติดตามผลงานของเขา เกือบทะลุ 53,000 คนแล้ว  ชิวบอกว่าคนที่เข้ามาอ่านชอบเพราะนอกจากเรื่องราวที่เปิดโลกมุมอื่นๆ แล้วรูปถ่ายก็มีส่วนอย่างมากที่ดึงคนเข้ามาติดตามผลงานของเขา 


"ผมว่าการเขียนเรื่องราวต่างๆช่วยแก้เหงาได้ ช่วยให้เรารำลึกถึงสถานที่นั้นๆ ได้ดี ซึ่งเรื่องที่รีวิวมักจะเลือกจากรูปก่อน ชอบ รูปสวย อยากอวด แล้วเราก็เขียนไปตามรูปที่สื่อออกมาแต่ยังมีเรื่องอื่นๆ เช่นพวกเคล็ดลับการท่องเที่ยวที่นู่น ที่นี่ หรือเรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจหรือแม้แต่เรื่องการเที่ยวให้ถูกลง"


Lifestyle 2 Lifester  :  Chill Journey




ทริปแรกของการท่องเที่ยวคือการแบ็กแพ็คไปมาเลเซียคนเดียว เพราะมีเพื่อนสมัยเรียนปริญญาตรี อยู่ที่นู่นซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เขาเติบโตขึ้นเพราะเขาและเพื่อนต่างก็ไม่เคยเที่ยวแบบนี้ แถมยังโดนขโมยโทรศัพท์มือถือและยังต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอื่นๆ ด้วย แต่นั่นไม่ทำให้เขาเข็ดกับการเดินทางไปต่างบ้านต่างเมืองหากแต่ทำให้เขาได้เรียนรู้ ระมัดระวังมากขึ้น

ด้วยหน้าที่การงานประจำที่ทำ ทำให้เขาต้องเที่ยวแบบมีแบบแผนจะเที่ยวทำเป็นอินดี้ หรือ อยากจะสโลว์ไลฟ์ คงเป็นเรื่องยาก ถึงจะแบ็กแพ็คแต่การเที่ยวแต่ละครั้งต้องวางแผนให้รัดกุม พยายามไปเก็บแลนมาร์คให้ครบเพราะมีเวลาจำกัด อย่างล่าสุดไปสิงคโปร์ และกำลังมีแพลนจะไปอินเดียต่ออีกหรือปีหน้าก็ตั้งเป้าว่า จะไปนอร์เวย์และไอซ์แลนด์ 



Lifestyle 2 Lifester  :  Chill Journey



ชิว บอกว่าตั้งแต่เริ่มออกเดินทางท่องเที่ยว เขาไปมาแล้ว 20 ประเทศ ซึ่งยังไม่นับสิงคโปร์ที่กำลังเดินทางและอินเดียที่วางแผนจะไป แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เที่ยวในไทยเพียงแต่เรื่องที่หยิบยกมาเขียนบันทึกเป็นเรื่องราวเป็นเรื่องจากต่างประเทศเสียมากกว่า เพราะเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับคนที่ไม่รู้ ไม่เคยไปเห็น ก็จะเกิดความรู้สึกว่าเล่าได้สนุกกว่า


Lifestyle 2 Lifester  :  Chill Journey


"เมืองไทยผมก็เที่ยวนะ ไปกับครอบครัวบ้าง เพื่อนบ้างแต่ไม่ค่อยเขียนถึงเพราะมองว่ามันไม่ได้แปลกอะไร ใครๆ ก็รู้เพราะเราไม่ได้ไปเที่ยวผจญภัย แต่สำหรับต่างประเทศนี่ แค่เหยียบสนามบินเราก็เห็นความแตกต่าง หรืออย่างตอนเที่ยวเวียดนาม เห็นคนนั่งกินเฝอข้างทางเราก็เกิดความรู้สึกอยากจะเล่าสู่กันฟังแล้ว"


Lifestyle 2 Lifester  :  Chill Journey

Lifestyle 2 Lifester  :  Chill Journey


"จริงๆ แล้วผมเริ่มมาจากการถ่ายภาพก่อนนะครับ เพราะชอบถ่ายภาพซึ่งเริ่มจับกล้องหลังจากเรียนจบ รวมๆ แล้วประมาณ 4 ปีที่เริ่มการถ่ายภาพแต่เรียนรู้และถ่ายอย่างจริงจังก็ราวๆ 2 ปีครึ่งนี่เองตอนนั้นไปเที่ยวเวียดนามกับเพื่อนที่เขาเป็นนักถ่ายภาพด้วยก็เลยได้เรียนรู้การถ่ายภาพอย่างเป็นเรื่องราวจากเพื่อนนี่เอง"


กล้องตัวแรกที่ชิวลงทุนซื้อหลังจากเรียนจบก็คือ Canon550D ใช้อยู่ราว 3 ปี จนรู้สึกว่าฝีมือถ่ายภาพพัฒนาไปจนเต็มประสิทธิภาพของกล้องก็เลยขยับขึ้นมาเล่นกล้องฟูลเฟรมโดยเลือกจับ Canon 5D Mark III โดยให้เหตุผลว่า คุณภาพของกล้องที่ดีกว่าควบคุมการจับภาพได้เร็ว มีปุ่มให้ปรับเยอะ แต่ก็เรียนรู้ได้ไม่ยากรวมทั้งยังให้ฟิลลิ่งแบบมือโปรฯ ถ่ายภาพ


Lifestyle 2 Lifester  :  Chill Journey


แต่กระนั้น ชิว ก็ไม่ปฏิเสธที่จะลองใช้กล้องมิลเลอร์เลส ของค่ายเดียวกันนี้ อย่าง EOS M ที่มีขนาดและน้ำหนักเล็กกว่ากันหลายเท่าเมื่อเทียบกับกล้องฟูลเฟรมที่ใช้อยู่ เขามองว่ามันเหมือนสูงสุดคืนสู่สามัญ หากแต่ไม่รู้สึกว่าด้อยกว่าเมื่อเปลี่ยนมาใช้กล้องขนาดเล็กรุ่นนี้ดูบ้างที่สำคัญมันตอบโจทย์ความต้องการในบ้างช่วงเวลาได้


"อย่างตอนไปฮ่องกงกับแม่ผมก็ไม่อยากแบกกล้องใหญ่ไป ก็เลยเอาตัว EOS M ไปทำให้ลดเนื้อที่ในกระเป๋าแล้วแบกของให้แม่แทน ก็รู้สึกว่ามันโอเคเลยภาพสวยหรือไม่สวยส่วนหนึ่งอยู่ที่ฝีมือเรามากกว่า แต่เจ้ากล้องตัวนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าฟูลเฟรมเท่าไหร่ แถมยังอัพโหลดรูปขึ้นโซเชียลได้เลย เพราะมีไวไฟไม่ต้องรอกลับมาบ้านถึงจะอัพรูปได้"

ชิวชอบถ่ายรูปแลนด์สเคปรูปวิวที่เห็นด้วยตาแล้วอยากถ่ายทอดออกมา โดยมีกล้องเป็นตัวจับภาพแต่รูปที่นำมาอวดกันบางรูปก็อยู่ที่เลือกหยิบมุมที่แตกต่าง หากแต่มั่นใจได้ว่าไม่มีตัดต่อหรือแต่งเติม จนคนตามไปแล้วเกิดผิดหวัง

"ภาพบางภาพต้องอดทนรอคอย ถ้าไปช่วงเวลาผิดกันก็อาจจะเห็นภาพไม่เหมือนกันแล้ว"

Lifestyle 2 Lifester  :  Chill Journey



การใช้ชีวิตอยู่กับการเดินทางท่องเที่ยวรีวิวภาพและเรื่องในเฟสบุ๊คแฟนเพจ ควบคู่ไปกับการทำงานประจำเป็นไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ของชิวในวันนี้ และสิ่งที่ตามมาคืองานโฆษณาที่เข้ามาหาถึงที่ เติมเต็มงานบล็อกเกอร์ของเขา ที่ไม่ใช่การเขียนรีวิวท่องเที่ยวแบบสนุกๆ ตามใจชอบอย่างเดียว แต่สามารถหารายได้ ได้ด้วยจากสินค้าที่มา Tie-inซึ่งเขาคิดว่าผู้บริโภครับได้แต่ก็จะชัดเจนในงานเขียนว่า นี่เป็นโฆษณานะ

ผมก็เลือกนะเลือกตัวที่คิดว่ามันไปกันได้กับการเดินทางของผมถ้าเป็นสินค้าประเภทที่ผมไม่ศรัทธาด้วย ก็ไม่รับเหมือนกัน ส่วนสินค้าที่เข้ามาอาจจะเห็นจากเพจที่เขียนช่วงที่เดินทางไปสวิสเซอร์แลนด์และอิตาลีมีคนแชร์ไปเยอะมาก ก็เลยมีลูกอมสัญชาติสวิสติดต่อเข้ามา


ยังมีอีกสิ่งที่ชิวปรารถนาจะทำ ก็คือ การออกพ็อกเก็ตบุ๊ค เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวของเขาโดยเฉพาะเรื่องราวของสวิสเซอร์แลนด์แม้จะมองว่ารายได้ไม่เป็นกอบเป็นกำเท่ากับงานที่ทำอยู่ แต่นี่เป็นฝันเล็กๆที่อยากมีหนังสือในเขียนตัวเองสักเล่มหนึ่ง



Lifestyle 2 Lifester  :  Chill Journey



ด้วยไลฟ์สไตล์ของหนุ่มทำงานที่ชอบท่องเที่ยวนิยามความเป็นไลฟ์เตอร์ในมุมของเขาจึงหมายถึงการใช้ชีวิตในสิ่งที่ต้องการ อยากเที่ยวที่ไหนเที่ยว อยากกินอะไรกิน แต่ก็แนะนำให้เที่ยวแบบมีบาลานซ์ชีวิตทั้งเงินทุนและการทำงาน เพราะนี่คือชีวิตจริง การทำงานทำให้เรามีเงินเที่ยวได้แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องเวลา ส่วนเงินทุนที่จำกัดเราก็ต้องเลือกทำในสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตเพราะในชีวิตจริงยังมีค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ อีกมาก

ชิวแนะนำให้ลองบริหารการเงินในกระเป๋าด้วยการแบ่งเงินเป็น 4 ส่วน คือค่าใช้จ่ายประจำ, เงินออม, เงินเที่ยว และส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ประจำหรือจะลองใช้สมการเศรษฐีดูก็ได้ คือ เอาเงินได้หักเงินออมก่อนส่วนที่เหลือเป็นเงินสำหรับใช้จ่าย


Lifestyle 2 Lifester  :  Chill Journey



ชิว-ณัฐพล ยังมีข้อคิดฝากน้องๆ (หรือคนอื่นที่อยากจะเดินตามรอยของเขา) ด้วยว่า ถ้ายังเรียนอยู่ก็อยากให้ขยันเรียนก่อน ตั้งใจหาอะไรทำสักอย่างให้สำเร็จ เพราะนอกเหนือจากการเรียนการทำงาน ก็คือการค้นหาชีวิต เป็นโลกที่เราอยากเป็น หรืออยากทำซึ่งคนที่ทางบ้านพร้อมก็สนับสนุนให้ค้นหาชีวิตได้เต็มที่ แต่ถ้าไม่พร้อมเราก็ต้องบาลานซ์ชีวิตเราให้ดี


ชิวบอกว่า เขาหมดเงินไปกับการท่องเที่ยวมากมายถ้านำมาเป็นเงินเก็บ ในอนาคตอาจจะเป็นเศรษฐีย่อยๆ มีรถโก้หรูขับ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่รู้สึกเสียดาย เพราะหลังจากที่เขาออกท่องเที่ยว ทำให้ชีวิต ความคิดการตัดสินใจเปลี่ยนไป อย่างเรื่องเงินก็ต้องจัดการให้ดีขึ้น ปีหน้าตั้งเป้าไปยุโรปก็ต้องเก็บเงิน


"ผมได้อะไรหลายอย่างจากที่ออกเดินทางท่องเที่ยวทั้งเรื่องความอดทน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มีสติ เรียกว่ามีภูมิต้านทานเยอะ"


Lifestyle 2 Lifester  :  Chill Journey


Lifestyle 2 Lifester  :  Chill Journey


ฝันของชิว ยังไม่หยุดเท่านี้ด้วยเพราะตอนนี้อายุยังไม่ถึงเลข 3 แต่ผ่านมาร่วม 20 ประเทศถือเป็นการเดินทางในโลกกว้างกว่าคนในวัยเดียวกันมากนักหากแต่เขาก็ยังฝันที่จะทำอะไรอีกหลายๆ อย่าง เมื่อเติบโตมากขึ้น ทั้งเรื่องการเดินทางรอบโลกเรื่องการมีพ็อกเก็ตบุ๊คเป็นของตัวเอง รวมถึงอยากพัฒนางานเขียนงานถ่ายภาพให้ดีมากไปกว่านี้ แต่วันนี้ เขายังเป็น Chill Journey


ติดตามผลงานของชิวได้ที่ facebook.com/ChillJourney และเหล่า Lifester ทางเว็บไซต์ Life.canon.co.th