สืบสวนความจริง : ฟันล็อตแรกทุจริตสหกรณ์ฯรถไฟ 2.8 พันล้าน
19 มี.ค. 2565 | natsika_kam

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปิดสำนวนกลุ่มผู้กระทำผิดฐานทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ ล็อตแรก 18 ราย ติดตามทรัพย์คืนสหกรณ์ได้แล้วกว่า 380 ล้านบาท
คลิปเด็ด
19 มี.ค. 2565 | natsika_kam

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปิดสำนวนกลุ่มผู้กระทำผิดฐานทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ ล็อตแรก 18 ราย ติดตามทรัพย์คืนสหกรณ์ได้แล้วกว่า 380 ล้านบาท
การทุจริตยักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด ของอดีตผู้บริหารสหกรณ์ กับพวก โดยนำเงินที่ยักยอกไปซื้อที่ดิน และทรัพย์สินอื่น สร้างความเสียหายให้กับสหกรณ์มากกว่า 2,800 ล้านบาท มีสมาชิกได้รับความเดือดร้อนกว่า 6,000 คน
เรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2552 แต่เพิ่งจากเปิดเผยความไม่ชอบมาพากลในปี 2560 หลังคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟชุดใหม่ เข้ามาบริหาร และพบความผิดปกติ จึงแจ้งความดำเนินคดีกับดีเอสไอ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับเป็นคดีพิเศษที่ 21/2564 มอบให้ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินทางอาญา สืบสวน สอบสวน เอาผิดกลุ่มอดีตผู้บริหารสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ รวม 18 ราย
มีผู้ต้องหา 3 กลุ่ม ตามความสัมพันธ์และพฤติการณ์ ดังนี้
กลุ่มที่ 1 กลุ่มอดีตประธาน คณะกรรมการ หรือ ผู้บริหารของสหกรณ์ เป็นผู้ต้องหาในความผิดคดีอาญาที่ 24/2563 ฐาน ร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง หรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้าง ปลอม และใช้เอกสารสิทธิปลอม จำนวน 8 ราย นำโดย นายบุญส่ง หงษ์ทอง
กลุ่มที่ 2 ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับกลุ่มที่ 1 เป็นผู้ต้องหาในความผิดคดีอาญาที่ 24/2563 ฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ หรือรับของโจร จำนวน 8 ราย นำโดยนางปภาภัส หงษ์ทอง
กลุ่มที่ 3 ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับกลุ่มที่ 1 โดยไม่ได้เป็นผู้ต้องหาในความผิดมูลฐานคดีอาญาที่ 24/2563 แต่ได้รับโอนเงิน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำหน่าย ยักย้าย หรือเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 2 ราย คือ
แผนประทุษกรรม การทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ มี 3 แนวทางดังนี้
1.ถอนเงินจากบัญชีของสหกรณ์ แล้วโอนไปยังบัญชีเงินฝากของผู้ขายโดยตรง หรือซื้อแคชเชียร์เช็ค หรือตั๋วแลกเงิน เพื่อชำระค่าที่ดิน หรือทรัพย์สินอื่น
2.ถอนเงินจากบัญชีของสหกรณ์ฯ แล้วโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของตนเอง แล้วโอนต่อไปยังบัญชีเงินฝากของผู้ขายโดยตรง หรือ ซื้อแคชเชียร์เช็ค หรือ ตั๋วแลกเงิน เพื่อชำระค่าที่ดิน หรือ ทรัพย์สิน
3.ตั้งเรื่องขอกู้ยืมเงิน และถอนเงินจากบัญชีของสหกรณ์ฯ เพื่อซื้อที่ดิน โดยได้จดทะเบียนจำนองที่ดินนั้นไว้เป็นประกัน ต่อมาได้ทำการแก้ไขบัญชีลูกหนี้ของสหกรณ์ฯ โดยไม่มีการชำระหนี้จริงระหว่างกัน
วิธีการจะกระทำ ดังนี้
DSI แจ้งข้อหา ในความผิดฐานฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยพบว่าได้มีการนำเงินที่ได้จากการทุจริตไปซื้อทรัพย์สินจำนวนมาก
DSI ได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 24(5) พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547อายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว และส่งรายการทรัพย์สินให้ ปปง. เสนอคณะกรรมการธุรกรรม ยึดทรัพย์ จำนวน 9 คำสั่ง รวมทรัพย์สินที่ยึดไว้ทั้งสิ้นกว่า 380 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระวางพิจารณาของศาลแพ่ง
สำหรับผู้รับโอนเงิน หรือทรัพย์สินจากกลุ่มผู้ต้องหา DSI จะแยกดำเนินคดีเป็นอีกสำนวนหนึ่ง เพื่อติดตามทรัพย์สินคืนให้กับผู้เสียหาย ต่อไป
โดยผู้ต้องหา 18 คน ในคดีพิเศษที่ 21/2564 ดีเอสไอ สรุปสำนวนเตรียมส่งอัยการ เพื่อยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อไป