สืบสวนความจริง : ยุทธการทุบหัวรถจักรภาค 2
20 ธ.ค. 2564 | kewalee_pal

ปฏิบัติการทุบหัวรถจักร ยึดอายัดทรัพย์สินของนายบุญส่ง และพวก ในการทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ รวมมูลค่า 2,800 ล้านบาท
คลิปเด็ด
20 ธ.ค. 2564 | kewalee_pal

ปฏิบัติการทุบหัวรถจักร ยึดอายัดทรัพย์สินของนายบุญส่ง และพวก ในการทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ รวมมูลค่า 2,800 ล้านบาท
คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2555-2559 เริ่มถูกเปิดเผยความไม่ชอบมาพากลในปี 2560 ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลปทุมวันเคยทำคดีอยู่ช่วงหนึ่ง และเคยมีการร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI แต่ขณะนั้นมีการพิจารณาไม่เข้าเกณฑ์คดีพิเศษ สุดท้ายตำรวจจากกองบัญชาการสอบสวนกลางเข้ามาสืบสวนสอบสวนคดีนี้ แต่ มิ.ย. 63 ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางใช้เวลา 4 เดือนกว่า สามารถแกะรอยหลักฐานต่าง ๆ ยืนยันความผิดของประธานคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ และพวกรวม 9 ราย
ความผิดปกติของสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ เกิดขึ้นตั้งแต่ 2552 นายบุญส่ง และพวก 9 ราย สลับตำแหน่งกันเป็นประธานและกรรมการตามวาระ ประกอบด้วย
1.นายบุญส่ง หงษ์ทอง อายุ 70 ปี อดีตผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายจัดการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ
2.น.ส.พิมพา รอดรัศมี อายุ 49 ปี
3.น.ส.อรชนก สงัดศัพท์ อายุ 31 ปี
4.นายวีระชัย ศรีสวัสดิ์ อายุ 59 ปี
5.นางสุรัตน์ ศรีสวัสดิ์ อายุ 69 ปี
6.นายประพัฒน์ ศรีสวัสดิ์ อายุ 37 ปี
7.นายศุภกิจ อ้นอารี อายุ 44 ปี
8.นายปรีชา ธนะ-ไพรินทร์ อายุ 63 ปี
9.น.ส.ณัฐญาณิศ มหาโชติ อายุ 40 ปี
สมาชิกสามารถกู้เงินได้ไม่เกิน 5 ล้านบาท กู้ได้คนละ 1 สัญญา และต้องชำระให้หมดก่อนจึงสามารถกู้ใหม่ได้ แต่ตอนนั้นก็เริ่มมีการกู้คนละ 2-3 สัญญา แต่แล้วปี 2556 มีการปรับยอดเงินกู้พิเศษจาก 5 ล้านบาท เป็น 15 ล้านบาท และมีการชักชวนสหกรณ์พันธมิตร 15 แห่ง ให้นำเงินมาฝากสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟรวม 2,800 ล้านบาท
จากการตรวจสอบพบว่าตั้งแต่ปี 2555-2559 นายบุญส่ง และพวกที่สลับกันเป็นประธานและกรรมการกู้เงินรวม 199 สัญญา มูลค่า 2 พันกว่าล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้กันเองอนุมัติกันเอง กระทั่งมีการเปลี่ยนคณะบริหารสหกรณ์ เรื่องราวผิดปกตินี้จึงถูกเปิดเผย
เงินที่นายบุญ และพวก ได้จากสหกรณ์ออมทรัพย์สโมรสรรถไฟถูกนำไปฟอกในธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะในธุรกิจทำธุรกิจรีสอร์ต Alibaba Living House, โรงแรม Alibaba Living House 2, โครงการบ้านจัดสรรบุญสิตา และโครงการที่ดินจัดสรร Am Ranch &โครงการ 50 ไร่ รวมทั้งซื้อรถยนต์หรู สิ่งของเครื่องใช้หรูแบรนด์เนมจำนวนมาก ซึ่งอ้างว่าไปสร้างบ้านจัดสรรเพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ซื้อในราคาไม่แพง แต่เมื่อตรวจสอบพบว่า เป็นการขายให้บุคคลอื่นไม่ใช่สมาชิกสหกรณ์ และยังมีการนำเงินไปฟอกในธุรกิจเต็นท์รถ ซื้อทรัพย์สินมีค่า และเก็บไว้ในรูปแบบเงินสด ได้มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใน 4 เขตพื้นที่ คือ เพชรบุรี , ชลบุรี , กรุงเทพฯ, นนทบุรี และนครปฐม
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2563 ได้มีการยึดอายัดทรัพย์สินล็อตแรก คือ กรุงเทพฯ , นนทบุรี และอ.เมือง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เนื้อที่รวมทั้งหมด 80 ไร่ มูลค่า 85 ล้านบาท มีการตรวจสอบร่วมกันระหว่างที่ดินจังหวัดเพชรบุรี และกรมส่งเสริมสหกรณ์
ต่อมาวันที่ 26 พ.ย. 2563 ตำรวจชุดสืบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดีเอสไอ และ ปปง. ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 26 จุดใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ เพชรบุรี สมุทรปราการ และนนทบุรี ก่อนกำลังบุกจับนายประพัฒน์ 1 ในผู้ต้องหาได้ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ และแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์, ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้างร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม, ร่วมกันฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานที่ออกตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ 2542 และความผิดร่วมกันฟอกเงิน
22 กันยายน 2564 นายสาโรจน์ สุขแสงดาว ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯสโมสรรถไฟ จำกัด ได้เข้าพบ นายธวัชชัย รัตนปรีชาชัย รอง ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินทางอาญา ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ DSI เพื่อร้องทุกข์ ให้ดำเนินคดี นายบุญส่ง หงษ์ทอง กับพวก ที่ทุจริตเงินสหกรณ์และนำเงินไปเปลี่ยนแปลง โอน ยักย้าย ถ่ายเททรัพย์สิน อันเป็นความผิดฐานฟอกเงินให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งให้ดำเนินการกับทรัพย์สินคืนให้สหกรณ์ เพื่อมิให้สมาชิกได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว DSI และ ปปง. ได้ร่วมกันบูรณาการในการดำเนินการกับทรัพย์สินที่ได้จากการยักยอกเงินสหกรณ์ฯสโมสรรถไฟ โดย DSI ได้ดำเนินการอายัดทรัพย์สิน และส่งต่อให้ ปปง. ดำเนินการมีคำสั่งยึดทรัพย์ 6 คำสั่ง มูลค่า 241 ล้านบาทเศษ
นำเงินชดใช้คืนสหกรณ์สโมสรรถไฟในฐานะผู้เสียหาย ตลอดจนสมาชิกสหกรณ์จำนวนกว่า 6,000 ราย และสหกรณ์พันธมิตรอีก 15 แห่ง
7 มกราคม 2564 เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยเจ้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เดินทางมาประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ นำคำสั่งธุรกรรม ปปง. เข้าตรวจยึดหอพักคีรียาเพลส ย่านหลังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จำนวน 54 ห้อง มูลค่าราคา 24.3 ล้านบาท