ดีเอสไอ และ ปปง. ได้เข้าตรวจค้น สถานที่พักอาศัย และสถานที่ตั้งสำนักงานเครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด พร้อมทั้งได้ยึดเอกสารหลักฐาน และยึดอายัดทรัพย์สินที่นายศุภชัย กับพวก ที่นำเงินสหกรณ์ไปซื้อไว้ทั่วประเทศ เช่น อำเภอปักธงชัย และ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร อำเภอศาลายา จังหวัดนครปฐม รวมทรัพย์สินที่อายัดไว้ 299 รายการ มูลค่า 3,800 ล้านบาท
จากการดำเนินคดีพิเศษที่ 146/2556 พนักงานสอบสวน ได้แยกกลุ่มปลายทางผู้รับเงินจากการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็น 7 กลุ่ม และสำนักงานอัยการคดีพิเศษ ได้มีหนังสือแนะนำให้ ดีเอสไอ ดำเนินคดีกับผู้รับเงินปลายทางเช็คทั้ง 7 กลุ่ม ที่ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ในฐานฟอกเงิน จึงเป็นที่มาของคดีฟอกเงินต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ดังนี้
กลุ่มที่ 2 กลุ่มวัดพระธรรมกาย รับเช็ค 132 ฉบับ 1,858 ล้านบาทเศษ
กลุ่มที่ 4 จำนวน 8 ราย รับเช็ค 193 ฉบับ 2,993 ล้านบาท
กลุ่มที่ 5 จำนวน 93 ราย รับเช็ค 211 ฉบับ 1,754 ล้านบาท
กลุ่มที่ 7 นิติบุคคลที่ไม่มีมูลหนี้ 19 ราย รับเช็ค 78 ฉบับ 2,296 ล้านบาท
ส่วนกลุ่มที่ 1, 3 และ 6 มีมูลหนี้ต่อกันไม่ถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงิน
การพิจารณาคดีของศาลอาญา ได้รวมคดีพิเศษ 146/2556 และคดีพิเศษที่ 63/2557 ศาลชั้นต้นพิพากษา “ยกฟ้อง” โดยวินิจฉัยว่า อัยการ “ฟ้องซ้ำ” กับกรณีที่ผู้เสียหายฟ้องเองโดยการนำของนายไพบูลย์ นิติตะวัน
คดีอยู่ระหว่างที่อัยการคดีพิเศษ พิจารณาว่า จะอุทธรณ์หรือไม่???