คดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ที่มีสมาชิกเสียหายหลายหมื่นคน ผู้เสียหายมีทั้งยื่นฟ้องต่อศาลเอง มีสมาชิก 136 คน ได้มาร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ เมื่อคดีถึงชั้นศาล ศาลพิพากษา “ยกฟ้อง” โดยวินิจฉัยว่า อัยการ “ฟ้องซ้ำ”

คดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ที่มีสมาชิกเสียหายหลายหมื่นคน ผู้เสียหายมีทั้งยื่นฟ้องต่อศาลเอง แต่มีสมาชิก 136 คน ได้มาร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ ให้ดำเนินคดี นายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก ในข้อหายักยอกทรัพย์ และ/หรือฉ้อโกงประชาชน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
คณะกรรมการคดีพิเศษ รับเป็นคดีพิเศษที่ 146/2556

 

สืบสวนความจริง | ทุจริตสหกรณ์ "คลองจั่น" จากการตรวจสอบ ระหว่างวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 -  4 พฤษภาคม 2555 นายศุภชัย กับพวก ได้ร่วมกันลงลายมือชื่อในเช็คของสหกรณ์ฯ ที่เปิดบัญชีไว้กับธนาคารต่าง ๆ รวม 878 ฉบับ เป็นเงินประมาณ 11,000 ล้านบาทเศษ โดยไม่ปรากฏว่ามีการเบิกจ่ายที่เกี่ยวข้องหรือเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์

สืบสวนความจริง | ทุจริตสหกรณ์ "คลองจั่น" นอกจากนี้ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2552 - 31 พฤษภาคม 2555 นายศุภชัย ได้เบิกจ่ายเงินสดจากหน้าเคาเตอร์ จากตู้เซฟ ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด อีก 1,900 ล้านบาท โดยไม่ปรากฏว่ามีการเบิกจ่ายที่เกี่ยวข้องหรือเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์แต่อย่างใด รวมเป็นจำนวนเงินที่สหกรณ์ฯ ได้รับความเสียหาย  13,000 ล้านบาท

สืบสวนความจริง | ทุจริตสหกรณ์ "คลองจั่น" และยังพบอีกว่าระหว่างปี 2549-2555 นายศุภชัย ได้ให้สมาชิกสมทบ ซึ่งเป็นนิติบุคคลและคณะบุคคลที่ไม่ได้ถือหุ้นในสหกรณ์ประมาณ 27 ราย กู้ยืมเงินประมาณ 12,000 ล้านบาท โดยไม่ได้มีการตรวจสอบกลั่นกรองข้อมูล และวิเคราะห์สินเชื่อตามคำขอกู้ของสมาชิกสมทบ รวมถึงไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับระเบียบสหกรณ์

สืบสวนความจริง | ทุจริตสหกรณ์ "คลองจั่น"

และยังพบอีกว่าระหว่างปี 2549-2555 นายศุภชัย ได้ให้สมาชิกสมทบ ซึ่งเป็นนิติบุคคลและคณะบุคคลที่ไม่ได้ถือหุ้นในสหกรณ์ประมาณ 27 ราย กู้ยืมเงินประมาณ 12,000 ล้านบาท โดยไม่ได้มีการตรวจสอบกลั่นกรองข้อมูล และวิเคราะห์สินเชื่อตามคำขอกู้ของสมาชิกสมทบ รวมถึงไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับระเบียบสหกรณ์

พนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 146/2556 สรุปสำนวน มีความเห็นสั่งฟ้อง นายศุภชัย กับพวก ส่งไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษ เมื่อปี 2557 และต่อมาพนักงานอัยการคดีพิเศษ ได้สั่งฟ้องนายศุภชัย ในข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา

ปี พ.ศ.2557 นายธรรมนูญ อัตโชติ สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ ให้ดำเนินคดีนายศุภชัย กับพวก ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากนายศุภชัย  ตกแต่งบัญชีงบการเงินให้มีผลประกอบการดี จนได้รับรางวัลว่าเป็นสหกรณ์ดีเด่น จนประชาชนหลงเชื่อมาสมัครเป็นสมาชิกจำนวนมาก และนำเงินเข้ามาฝากช่วงตั้งแต่ปี 2549-2556 จากนั้นนายศุภชัย ได้นำเงินของสมาชิกที่ฝากไปเป็นประโยชน์ของตนและผู้อื่นโดยทุจริต

คดีนี้ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษที่ 63/2557 และมีความเห็นสั่งฟ้องนายศุภชัย กับพวก เสนอไปยังอัยการคดีพิเศษ และอัยการคดีพิเศษได้มีความเห็นสั่งฟ้องนายศุภชัย

ปี 2559 พนักงานอัยการคดีพิเศษ มีหนังสือแนะนำพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าการกระทำของนายศุภชัย  เป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิด มูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 จึงแนะนำให้ดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน นายศุภชัย กับพวก ทั้งสิ้น 14 คดี

ดีเอสไอ และ ปปง. ได้เข้าตรวจค้น สถานที่พักอาศัย และสถานที่ตั้งสำนักงานเครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด พร้อมทั้งได้ยึดเอกสารหลักฐาน และยึดอายัดทรัพย์สินที่นายศุภชัย กับพวก ที่นำเงินสหกรณ์ไปซื้อไว้ทั่วประเทศ เช่น อำเภอปักธงชัย และ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร อำเภอศาลายา จังหวัดนครปฐม รวมทรัพย์สินที่อายัดไว้ 299 รายการ มูลค่า 3,800 ล้านบาท

จากการดำเนินคดีพิเศษที่ 146/2556 พนักงานสอบสวน ได้แยกกลุ่มปลายทางผู้รับเงินจากการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็น 7 กลุ่ม และสำนักงานอัยการคดีพิเศษ ได้มีหนังสือแนะนำให้ ดีเอสไอ ดำเนินคดีกับผู้รับเงินปลายทางเช็คทั้ง 7 กลุ่ม ที่ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ในฐานฟอกเงิน จึงเป็นที่มาของคดีฟอกเงินต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ดังนี้

กลุ่มที่ 2 กลุ่มวัดพระธรรมกาย รับเช็ค 132 ฉบับ 1,858 ล้านบาทเศษ
กลุ่มที่ 4 จำนวน 8 ราย รับเช็ค 193 ฉบับ 2,993 ล้านบาท
กลุ่มที่ 5 จำนวน 93 ราย รับเช็ค 211 ฉบับ 1,754 ล้านบาท
กลุ่มที่ 7 นิติบุคคลที่ไม่มีมูลหนี้  19 ราย รับเช็ค 78 ฉบับ 2,296 ล้านบาท
ส่วนกลุ่มที่ 1, 3 และ 6 มีมูลหนี้ต่อกันไม่ถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงิน

การพิจารณาคดีของศาลอาญา ได้รวมคดีพิเศษ 146/2556 และคดีพิเศษที่ 63/2557 ศาลชั้นต้นพิพากษา “ยกฟ้อง” โดยวินิจฉัยว่า อัยการ “ฟ้องซ้ำ” กับกรณีที่ผู้เสียหายฟ้องเองโดยการนำของนายไพบูลย์ นิติตะวัน

คดีอยู่ระหว่างที่อัยการคดีพิเศษ พิจารณาว่า จะอุทธรณ์หรือไม่???