- พรรคก้าวไกล ชนะเลือกตั้งได้ส.ส.มากที่สุดแต่ไม่เด็ดขาด
- เซ็นต์เอ็มโอยู.แปดพรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่าฝั่งประชาธิปไตยที่ก้าวไกล และเพื่อไทยเป็นแกนรักกันดูดดื่ม
- รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาสมาชิก ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีทั้งช่วงเสด็จฯมาถึง และเสด็จฯ กลับแบบไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
- พรรคประชาชาติที่มีสส.ในสภาฯเพียงเก้าที่นั่งได้ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรพ่วงประธานรัฐสภา ขณะที่พรรคก้าวไกลได้เพียงรองประธานสภาผู้แทนอันดับหนึ่ง-พรรคเพื่อไทย ที่มีส.ส.อันดับสองได้รองประธานสภาอันดับสอง
- ประชุมเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ล่ม
- พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชารักษาการณ์นายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประกาศวางมือทางการเมือง "ผมหยุดแล้ว"
- โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีรอบแรก คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลไม่ผ่าน
- มีความพยายามเสนอชื่อ คุณพิธา เข้าไปอีกรอบ แต่ที่ประชุมรัฐสภาเสียงส่วนใหญ่เห็นเป็นญัติต้องห้าม จนผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาว่า มติรัฐสภาดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
- ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องคุณพิธาถือหุ้นสื่อไอทีวี.ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ไว้พิจารณา และสั่งให้คุณพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่สส.ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย
- เลื่อนโหวตหาตัวนายกฯรอบสามออกไปไม่มีกำหนดเพื่อรอคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญเรื่องเสนอชื่อซ้ำได้หรือไม่
- ดร.ทักษิณ ชินวัตรจะกลับบ้านหรือไม่ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้
- ป่วนจัดฉีกเอ็มโอยู.แปดพรรคเพื่อที่เพื่อไทยจะได้ตั้งรัฐบาลแทนก้าวไกล
- ศาลรัฐธรรมนูญเลื่อนพิพากษาเสนอชื่อคนเดิมเป็นนายกฯซ้ำได้หรือไม่จากวันที่ 3 สิงหาคม ออกไปเป็นวันที่ 16 สิงหาคม 2566 เพื่อความรอบคอบ
- ประธานรัฐสภาเลื่อนการโหวตนายกรัฐมนตรีออกไปอีกครั้งยังไม่มีกำหนดแน่นอน ฯลฯ
คำถาม คือ เรื่องผิดฝั่งผิดฝา ปั่นป่วน ผันผวน ว้าวุ่นทั้งด้านดี-ร้ายจากฤทธิ์ตรีเทพต่อการเมืองนี้ จะเริ่มคลี่คลายเมื่อใด แล้วจะได้นายกรัฐมนตรีเมื่อใดคำตอบทางโหร คือ
1.ฤทธิ์จากตรีเทพเริ่มจางระยะแรกเริ่มตั้งแต่ 18 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป เมื่อพระราหูจรย้ายเข้าราศีมีน ลดความลุ่มหลงมัวเมาและอวิชชาในเมืองลง พลิกไปออกอาการร้ายอื่นเช่นการเกิดของลัทธิ์ และการต่อสู้แปลกๆ ซึ่งในอดีตเคยเกิดของลัทธิคอมมิวนิสต์ หรือการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นต้น
จึงคาดว่ามีโอกาสมากที่จะมีการชุมนุม ซ่องสุมในเมืองเพื่อแสดงแนวความคิดเช่นสถาบันพระมหากษัตริย์ การปฏิวัติกองกำลังของชาติ ฯลฯให้เห็นพอหอมปากหอมคอ
2.ส่วนหลังจากวันที่ 18 ตุลาคม 2566 ไปแล้วที่จะเหลือเพียงสองเทพเท่านั้นที่จะมีผลต่อราศีเมษ - ลัคนาเมือง - การเมือง - บุคคลสำคัญทางการเมือง และจิตใจคนในเมืองอันได้แก่พฤหัสบดีจร(5) กับพระเสาร์จร(7) นั้นจะปรากฏอาการสั่นไหวในทางการเมืองจากการผลัดกันไล่ล่า - ร่วมมือกันระหว่างฝ่ายดาวดี - ร้ายในเมืองให้แปลกใจเป็นระยะๆ
3.วาระที่ฤทธิ์เทพอีกสองดวงที่เหลือที่มีผลกับเมือง - การเมือง - จิตใจคนไทยตามข้อ 2.จะหยุดอาการลงเริ่มตั้งแต่ 30 เมษายน 2567 เป็นต้นไป ที่เมืองจะสงบขึ้น เมื่อพฤหัสบดีจร(5) ย้ายจากราศีเมษเข้าไปเดินในราศีพฤษภ แยกพ้นจากกระแสพระเสาร์จร(7) ดาวร้ายที่เคยส่งมาปะทะจากราศีกุมภ์
แต่ไม่ว่าการเมืองจะผิดฝั่งผิดฝา ปั่นป่วน ผันผวน ว้าวุ่นทั้งด้านดี - ร้าย หรือเกิดการไล่ล่า-ร่วมมือกันระหว่างฝ่ายดี-ร้ายในเมืองจะเกิดขึ้นแค่ไหนอย่างไรการได้นายกรัฐมนตรี-รัฐบาลนั้นนักการเมืองก็จะตกลงกันได้ในที่สุด
โดยน่าจะเห็นนายกรัฐมนตรีคนที่สามสิบอย่างเป็นทางการประมาณระหว่าง 18 สิงหาคม-18 กันยายน 2566 เมื่อพระอาทิตย์จร(1) ตัวแทนคนมียศศักดิ์ - ผู้นำเข้าไปเดินในราศีสิงห์ถิ่นเดิม - เข้มแข็งด้วยมาตรฐานสูงคือเกษตราธิบดี ซึ่งระยะดังกล่าวสอดคล้องกับเวลาที่จะนัดโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีรอบต่อไป
ฟองสนาน จามรจันทร์
4 สิงหาคม 2566
อ่านข่าวดวงที่เกี่ยวข้อง