- ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเฉียบพลัน
เป็นภาวะเลือดข้นจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงรุนแรง (Hyperosmolar Hyperglycemic state, HHS) คือภาวะน้ำตาลในเลือดสูงทีมีน้ำตาลในเลือดมากกว่า 600 มิลลิกรัม / เดซิลิตร และออสโมลาลิตีในเลือดมากกว่า 320 มิลลิออสโมล / กก. ร่วมกับระดับความรู้สึกตัวลดลง
อาการ: คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ไม่สบายตัว หอบเหนื่อย ปัสสาวะมาก ซึม ชัก หมดสติ
หลักการแก้ไข: หากผู้ป่วยมีอาการจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเฉียบพลัน “ต้องรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที”
“7 ภาวะแทรกซ้อน” อันตรายในอันตรายของผู้ป่วยโรคเบาหวาน
1. เบาหวานขึ้นตา ภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวาน
ผู้ป่วยเบาหวานนานกว่า 10 ปี เสี่ยงเป็น “เบาหวานขึ้นตา” มากกว่า 80% เนื่องจากควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดีเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดตีบแข็งเร็วขึ้น เกิดปัญหากับอวัยวะที่เส้นเลือดนั้นไปหล่อเลี้ยง กลายเป็นภาวะแทรกซ้อนกับอวัยวะต่างๆ หนึ่งในนั้น คือ “ดวงตา” ทำให้สายตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือเกิดต้อกระจก และร้ายแรงถึงขั้นตาบอดได้
2.ไตวาย ภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวาน
เบาหวานเป็นสาเหตุของ "โรคไตวายเรื้อรัง" หนึ่งของการเสียชีวิตของผู้ป่วยทั้งเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นอาการที่มีความสัมพันธ์กับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และระดับความดันโลหิต มักพบอาการโปรตีนรั่ว สังเกตปัสสาวะเป็นฟองและมีอาการบวม หากยังไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม จะส่งผลให้การทำงานของไตลดลง และเกิดภาวะไตวายเรื้อรังในที่สุด จนต้องรักษาด้วยการฟอกเลือด หรือล้างไต
3.มือชา เท้าชา ภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวาน
ภาวะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการชาที่ปลายเท้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดแผลที่เท้า โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคหลอดเลือดส่วนปลายอุดตันร่วมด้วย เป็นเหตุให้ผู้ป่วยอาจต้องถูกตัดนิ้วหรือตัดขา ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่เส้นประสาท ได้แก่ ระดับน้ำตาลในเลือด ภาวะความดันโลหิตสูง และการสูบบุหรี่ เป็นต้น
4.โรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวาน
ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน นับว่าเป็นโรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายมาก เพราะทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวมากกว่าผู้ป่วยทั่วไป 1.5 เท่าละมีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่าเกือบ 2 เท่า ซึ่งผู้ป่วยจะมีภาวะความดันโลดหิตและไขมันในเลือดสูง แต่อาการนี้ผู้ป่วยไม่สามารถรับรู้ได้เอง ดังนั้นจะต้องได้รับการตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ
5.ภาวะหลอดเลือดสมองตีบตัน ภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวาน
ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากหลอดเลือดที่มาเลี้ยงบริเวณสมองตีบตัน ทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานพิการหรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยโอกาสเกิดหลอดเลือดสมองตีบตันจะสูงมากขึ้นในผู้เป็นเบาหวานที่มีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย ทำให้อวัยวะที่สมองส่วนนั้นควบคุมอยู่อ่อนแรงลงไป เกิดอัมพฤกษ์ หรืออัมพาต อายุถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเสี่ยงนี้ ผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 70 ปีมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้สูงถึง 3 เท่า
6.โรคผิวหนัง ภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวาน
อีกภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวานที่พบมากคือโรคผิวหนัง ที่เกิดจากร่างกายขาดน้ำ ทำให้ผิวหนังแห้งและเกิดการติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะเชื้อรา ทำให้เกิดอาการคันและเกิดเป็นแผลตามผิวหนัง ผิวแห้ง ผิวแตก หนังหนา หรือเกิดหนังแข็งๆ ที่ฝ่าเท้า ทั้งนี้ แผลที่เกิดขึ้นมักจะหายยากและเกิดการอักเสบ ผู้เป็นเบาหวานจึงควรหมั่นดูแลรักษาผิวให้สะอาดอยู่เสมอ ทาครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว คอยสำรวจร่างกายอยู่เสมอว่ามีตุ่ม หรือแผลที่บริเวณใดบ้าง ถ้าเกิดมีฝีหรือแผล ควรรีบรักษาตั้งแต่เริ่มต้น
7.โรคปริทันต์ ภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวาน
เบาหวานทำให้เกิดปัญหาในช่องปาก โดยเฉพาะเหงือกและฟันได้เช่นกัน ภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานต่อช่องปากมีสาเหตุเช่นเดียวกับโรคแทรกซ้อนในอวัยวะอื่น ซึ่งอาการที่พบในช่องปากของผู้เป็นโรคเบาหวาน คือ ปากแห้ง ลิ้นอักเสบ อาจมีการติดเชื้อรา หากใส่ฟันปลอมมักเกิดมีแผลได้ง่าย มีเหงือกอักเสบรุนแรง โรคในช่องปากที่เด่นที่สุดก็คือ โรคปริทันต์
10 เรื่องสำคัญที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรปฏิบัติ
- เลือกรับประทานอาหารจำพวกแป้งจากธัญพืชที่ไม่ขัดสี ในปริมาณที่พอเหมาะ
- พยายามงดอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็นหวาน มัน หรือเค็ม
- รับประทานผัก และผลไม้ที่ไม่หวานจัดเพื่อเพิ่มกากใยอาหาร
- ควบคุมน้ำหนัก
- งดสูบบุหรี่ และงดดื่มสุรา
- ออกกำลังกายเป็นประจำในแบบแอโรบิควันละ 30 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ตามคำแนะนำของแพทย์
- รับประทานยาเพื่อควบคุมความดันโลหิต หรือเบาหวานตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
- ระวังอย่ารับประทานยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะยากลุ่มที่เป็นเสตียรอยด์ ยาฮอร์โมน หมั่นศึกษาหาความรู้ในการดูแลตนเอง
- ทำจิตใจให้สงบ และผ่อนคลายความเครียด ไม่โกรธ หรือโมโหง่าย
- ติดตามผลการรักษาอย่างสม่ำเสมอ