อาการของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
มะเร็งชนิดนี้ไม่มีอาการแสดงเฉพาะ แต่พอมีข้อสังเกตให้เห็นเบื้องต้น เช่น
- ถ่ายปัสสาวะลำบาก ต้องออกแรงเบ่งปัสสาวะนาน
- ปัสสาวะไม่พุ่ง แสบ และเจ็บปวดเวลาถ่ายปัสสาวะ รู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่สุด
- ปัสสาวะถี่ ในบางรายอาจมีเลือดปนออกมาด้วย
อย่างไรก็ตามข้อสังเกตเบื้องต้นนี้ มีอาการคล้ายกับโรคต่อมลูกหมากโต หรือโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อความแน่ใจ และป้องกันได้ทันท่วงที
"โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก" ป้องกันได้
จากการศึกษาพบว่า หากรับประทาน Lycopene ซึ่งเป็นสารที่พบในมะเขือเทศ ปริมาณอย่างน้อย 10–30 มิลลิกรัม/วัน สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ แต่ที่สำคัญคือการดูแลรักษาสุขภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ด้วยวิธีการดังนี้
1.หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ระดับฮอร์โมนเพศสูงขึ้น
สารอาหารที่ได้รับในทุกๆ วัน ส่งผลอย่างมากต่อร่างกายในระยะยาว ฉะนั้น อาหารที่เข้าไปสะสมในร่างกายแล้วไม่เกิดประโยชน์ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยง หรือบริโภคให้น้อยลง อาทิ อาหารไขมันสูง เนื้อแดง เป็นต้น เพราะไขมัน ทำให้ระดับฮอร์โมนเพศสูงขึ้น เป็นตัวเร่งให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตได้รวดเร็ว
2.เลือกกินอาหารที่มีคุณประโยชน์ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก
มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าผู้ชายที่กินผักน้อยกว่า 14 หน่วยบริโภคต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงมากกว่าชายที่กินผักสัปดาห์ละ 28 หน่วยบริโภคถึง 50% โดยอาหารที่ส่งผลดีต่อการป้องกัน โรคมะเร็งต่อมลูกหมากมีดังนี้
- ผัก ผลไม้สีแดง ส้ม เหลือง ที่มีสาร Lycopene ได้แก่ มะเขือเทศ (ปรุงสุก) แครอท แตงโม
- พืชตระกูลกะหล่ำ ที่มีสาร Sunforaphane ได้แก่ บร็อคโคลี่ ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี เป็นต้น ปลาทะเล และปลาน้ำจืดบางชนิด ที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น ปลาเนื้ออ่อน ปลาสลิด ปลานิล ปลาโอ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ฯลฯ
- ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ซึ่งมีสาร Flavonoids และ Isoflavone
- ธัญพืชต่างๆ อาทิ ข้าวไม่ขัดสี จมูกข้าวสาลี เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ถั่วต่างๆ เป็นต้น
3.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ความอ้วนเกินเกณฑ์มีผลต่อระดับฮอร์โมนซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะในรายที่อ้วนลงพุงจะส่งผลให้ระดับอินซูลินเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก ดังนั้นการควบคุมน้ำหนักจึงเป็นสิ่งที่ควรดูแลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ควรงดอาหารที่มีรสหวานและเค็มจัดด้วย
งานวิจัยพบว่า การออกกำลังกายแบบหนัก 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการดูแลอาหารการกิน ช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้มากถึง 61%
4.งดบุหรี่และแอลกอฮอล์
การสูบบุหรี่มีความสัมพันธ์อย่างมากกับโรคมะเร็งหลายชนิด รวมถึงยังเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากถึง 2 เท่า ในผู้ที่สูบบุหรี่จัด มักมีปัญหาแทรกซ้อนจากการรักษา และมีความเสี่ยงการเสียชีวิตจากมะเร็งมากกว่าคนที่ไม่สูบ และการเลิกบุหรี่จะทำให้ลดการเกิดมะเร็งได้ 30% รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์หนักก็เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้นเช่นกัน
5.การหลั่งน้ำอสุจิ
ทางการแพทย์ของออสเตรเลียตั้งข้อสังเกตในโรคมะเร็งต่อมลูกหมากว่า การที่โรคนี้พบมากในผู้ชายสูงอายุ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ วัยหนุ่มมักจะมีการหลั่งบ่อยอยู่เสมอ ขณะที่ผู้ชายสูงอายุที่ไม่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากอาจมีการหลั่งบ่อย ทำให้อัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยลงกว่าผู้ที่ไม่ค่อยได้ทำการหลั่ง ฉะนั้น ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของกลุ่มผู้ชายสูงอายุนั่นคือ ปัญหาการแข็งตัว ซึ่งเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ควรเข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาและหาทางแก้ไขต่อไป
ด้วยเหตุนี้ทางการแพทย์ของออสเตรเลียจึงมีการแนะนำว่า หากเริ่มเข้าสู่วัยที่อายุมากขึ้น ก็ควรหลั่งน้ำอสุจิบ่อยๆ เฉลี่ย 5 ครั้ง/สัปดาห์ จะช่วยลดอัตราการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 34%
6.ตรวจสุขภาพและตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก
สำหรับการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากในปัจจุบัน แนะนำให้ตรวจในช่วงอายุระหว่าง 45-75 ปี ด้วยการคลำต่อมลูกหมากทางทวารหนักร่วมกับตรวจระดับสารบ่งชี้ในเลือด หากพบค่าสูงมากกว่า 4 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร หรือคลำพบก้อน บ่งชี้ถึงภาวะเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ถัดมาคือการเจาะเก็บชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากทางทวารหนักแบบสุ่ม โดยใช้เครื่องมือสอดเข้าทางทวารหนักเพื่อเจาะเก็บชิ้นเนื้อ 10-12 ชิ้น นำไปตรวจหาเชลล์มะเร็ง
การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก
การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของโรค โดยจะพิจารณาร่วมกับอายุและสุขภาพของผู้ป่วยด้วย เริ่มตั้งแต่การตรวจติดตามหรือเฝ้าระวังเชิงรุกในผู้ป่วยสูงอายุหรือผู้ป่วยในกลุ่มที่มะเร็งมีการลุกลามต่ำ ไปจนถึงการผ่าตัดนำต่อมลูกหมากออก การใช้ยาลดฮอร์โมนเพศชาย การฉายแสง ฝังแร่ การให้ยาเคมีบำบัด การผ่าตัดตัดอัณฑะ
รวมถึงการให้ภูมิคุ้มกันบำบัด ในปัจจุบันมีวิธีการผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมลูกหมากที่นิยมอยู่ 2 วิธี คือ
1.การผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกมาทั้งหมดผ่านกล้อง
2.การผ่าตัดต่อมลูกหมากออกทั้งหมดโดยใช้แขนกลหุ่นยนต์ที่ควบคุมโดยศัลยแพทย์ ซึ่งมีความแม่นยำในการเก็บเส้นประสาทที่ช่วยในเรื่องการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้ดีมากยิ่งขึ้น