วิตามิน C และ E
ประโยชน์ของวิตามิน C และ E
วิตามิน C มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งในช่องปาก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งเต้านม ป้องกันต้อกระจก ช่วยสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด และการฟื้นฟูบาดแผลให้หายเร็วขึ้น
วิตามิน E ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะทำลายโครงสร้างของเซลล์ รวมถึงโครงสร้างวิตามินเอ และไขมันบางชนิด ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ป้องกันหลอดลมตีบ ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดการทำลายที่เกิดจากอนุมูลอิสระในคนที่มีภาวะเบาหวานเรื้อรัง ฟื้นฟูและลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอด
ปริมาณที่แนะนำต่อวัน :
สำหรับวิตามินซี :
- ผู้ชาย ≈ 90 มิลลิกรัม (mg)
- ผู้หญิง ≈ 75 มิลลิกรัม (mg)
- ผู้สูบบุหรี่: ควรเพิ่มปริมาณวิตามินซีอีก ≈ 35 มิลลิกรัม (mg)
วิตามิน E :
- ผู้ชาย ≈ 15 มิลลิกรัม (mg)
- ผู้หญิง ≈ 15 มิลลิกรัม (mg)
วิตามิน C และ E ช่วยในการป้องกันสุขภาพจากมลภาวะทางอากาศได้อย่างไร?
- ป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพจากโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
- ป้องกันความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปอด
แหล่งอาหารที่มีวิตามิน C ได้แก่ ผลไม้และน้ำผลไม้ มันฝรั่ง บรอคโคลี่ พริกหยวก ผักขม สตรอเบอร์รี่ มะเขือเทศ กะหล่ำปลี และวิตามิน E น้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน จมูกข้าวสาลี ผักใบเขียว ถั่วหรือธัญพืชไม่ขัดสี
วิตามิน D
ประโยชน์ของวิตามิน D
- ช่วยรักษาระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในเลือดให้อยู่ในระดับปกติซึ่งช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ไม่ให้เปราะบาง
- ช่วยฟื้นฟูอาการข้อเข่าเสื่อม
- กระตุ้นการทำงานระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
วิตามิน D ช่วยในการป้องกันสุขภาพจากมลภาวะทางอากาศได้อย่างไร?
- ลดโอกาสการเกิดอาการกำเริบของโรคหอบหืด
- ป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งปอด
ปริมาณที่แนะนำต่อวัน :
- อายุ 31-70 ปี ≈ 15 ไมโครกรัม (mcg) หรือ (600 หน่วยวัดมาตรฐานสากล (I.U.))
- อายุ 71 ปีขึ้นไป ≈ 20 ไมโครกรัม (mcg) หรือ (800 หน่วยวัดมาตรฐานสากล (I.U.))
แหล่งอาหารที่มีวิตามิน D ได้แก่ นม เนยเทียม ธัญพืช ปลาที่มีไขมัน เช่น ปลาช่อน ปลาสวาย ปลาดุก
สารอาหารจากธรรมชาติที่ช่วยป้องกันมลภาวะทางอากาศ
ไฟโตเคมิคอล (Phytochemical)
หรืออินทรีย์สารจากพืช เป็นสารประกอบตามธรรมชาติที่พืชสร้างขึ้น สารพวกนี้เป็นสารประกอบที่ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างได้ จึงต้องได้รับจากพืชเท่านั้น จากการวิจัยสารอาหารนี้ที่ได้จากขมิ้นชัน
ประโยชน์ของไฟโตเคมิคอล
- มีบทบาทในการป้องกันความเสียหายของดีเอ็นเอที่เกิดจากสารหนู และพิษจากแคดเมียม (ธาตุโลหะต่างๆ ที่มักจะปนเปื้อนในอากาศ)
- ไฟโตเคมิคอล ช่วยในการป้องกันสุขภาพจากมลภาวะทางอากาศได้อย่างไร?
- ต้านอาการอักเสบในปอด
- ต้านพิษของแคดเมียมและสารหนู
- ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย
- ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
ปริมาณที่แนะนำต่อวัน :
- ควรกินผักหรือผลไม้ อย่างน้อยวันละ 400 กรัม
แหล่งอาหารที่มีไฟโตเคมิคอล ได้แก่ พืชผักชนิดที่มีสีสัน กลิ่นหรือรสชาติที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว เช่น
- สารสีขาวหรือเหลือง เช่น หอมหัวใหญ่ ขิง ข่า กระเทียม แอปเปิล แพร์ ขึ้นฉ่าย ผักกาดหอม ฟักทอง
- สารสีส้มหรือแดง เช่น ผลไม้จำพวกส้ม มะนาว แครอท หัวบีทรูท มะเขือเทศ พริกหวานแดง แอพริคอต หรือผลไม้จำพวกแตง เช่น แตงโม แตงไทย เมล่อน
- สารสีแดงหรือม่วง เช่น เชอร์รี่ มะเขือม่วง องุ่นดำ พรุน พรัม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
- สารสีเขียว เช่น ปวยเล้ง บรอกโคลี กะหล่ำดาว ผักคะน้า กะหล่ำปลี ผักชีฝรั่ง วอเตอร์เครส
- สารสีน้ำตาล เช่น ถั่วลิสง เมล็ดฟักทอง วอลนัต ชอกโกแลต ถั่วประเภทบีน และเลนทิล
โคลีน (Choline)
ประโยชน์ของโคลีน
- ช่วยสร้างและปล่อยสารสื่อประสาท Acetylcholine ซึ่งช่วยในกิจกรรมของเส้นประสาทและสมองจำนวนมาก
- มีบทบาทในการเผาผลาญและการขนส่งไขมัน
- ป้องกันอาการโรคหลอดเลือดหัวใจและการอักเสบ
โคลีน ช่วยในการป้องกันสุขภาพจากมลภาวะทางอากาศได้อย่างไร?
ลดโอกาสเกิดอาการภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจ
ปริมาณที่แนะนำต่อวัน :
- ผู้ชาย ≈ 550 มิลลิกรัม (mg)
- ผู้หญิง ≈ 425 มิลลิกรัม (mg)
แหล่งอาหารที่มีโคลีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ ตับ ไข่ สัตว์ปีก ปลา หอย ถั่วลิสง และกะหล่ำดอก
กรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3 Fatty Acids)
ประโยชน์ของกรดไขมันโอเมก้า-3
- ในเด็กมีความสำคัญต่อการเติบโตของสมองและดวงตาของเด็กทารกในครรภ์ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนก่อนคลอด เด็กที่มี DHA ต่ำจะมีปัญหาด้านพฤติกรรมอารมณ์ การนอนและการเรียนรู้
- ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุนั้น จะช่วยลดระดับความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดได้ ช่วยลดการเกาะตัวของเกร็ดเลือด ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ยากขึ้น
- ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม
กรดไขมันโอเมก้า-3 ช่วยในการป้องกันสุขภาพจากมลภาวะทางอากาศได้อย่างไร?
- ป้องกันและฟื้นฟูการอักเสบในระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากฝุ่นในอากาศ
- ลดความเสี่ยงของอาการกำเริบของโรคหอบหืด และสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ
ปริมาณที่แนะนำต่อวัน :
แหล่งอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ได้แก่ ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาแมคคอเรล ในน้ำมันพืชบางชนิด ที่มาจากเมล็ดแฟลกซ์ ถั่วเหลือง เมล็ดเชีย และวอลนัทดำ น้ำมันคาโนล่า