เนชั่นทีวี

Lifestyle

เกือบซึมเศร้าเพราะเสพข่าวการเมือง เสี่ยงโรค PSS แบบไม่รู้ตัว!

24 ก.ค. 2566 | warunee_man

เกือบซึมเศร้าเพราะเสพข่าวการเมือง เสี่ยงโรค PSS แบบไม่รู้ตัว!

จัดการความเครียดอย่างไรหลังฟังข่าวคราวการเมือง รู้ทันปัญหาสุขภาพก่อนป่วยโรค Political Stress Syndrome (PSS) พร้อมชวนเช็กอาการก่อนเครียดสะสมจนซึมเศร้า

ช่วงนี้ใครติดตามข่าวคราวด้านการเมือง พร้อมร่วมลุ้นกับการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่เริ่มมีท่าทีไม่เป็นดั่งที่คาดหวัง อาจต้องหันมาใส่ใจในเรื่องของสภาวะจิตใจ อีกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพที่หลายคนมองข้าม บ้างก็เกิดความเครียดสะสม บ้างก็แสดงออกผ่านอารมณ์ฉุนเฉียว ที่เป็นแบบนี้เพราะการเสพข่าวมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดเป็นโรค Political Stress Syndrome หรือ PSS ได้โดยไม่รู้ตัว ทั้งยังเสี่ยงต่อสภาวะซึมเศร้าได้

เกือบซึมเศร้าเพราะเสพข่าวการเมือง เสี่ยงโรค PSS แบบไม่รู้ตัว!

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงอาการเครียดจากการเมือง Political Stress Syndrome ว่าอาการเครียดจากการเมือง ไม่ใช่โรคที่เกิดจากปัญหาทางสุขภาพจิต แต่เป็นปฏิกิริยาของอารมณ์และจิตใจที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีความสนใจปัญหาทางการเมือง ติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิด หรือเอนเอียงไปทางกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จนทำให้มีอาการทางกาย จิตใจ และกระทบต่อสัมพันธภาพกับผู้อื่น

โดยสองปัจจัยโรค Political Stress Syndrome หรือ PSS ได้แก่ เวลาในการเสพข่าวตลอดเวลา และสภาวะจิตและปัญหาทางอารมณ์แต่เดิมอาทิ ภาวะซึมเศร้า ควบคุมตัวเองไม่ได้

เกือบซึมเศร้าเพราะเสพข่าวการเมือง เสี่ยงโรค PSS แบบไม่รู้ตัว!

อาการของ Political Stress Syndrome หรือ PSS แบ่งเป็น 3 ส่วน

1. สภาวะร่างกาย คืออาการข้างเคียงที่เกิดจากความเครียดสะสมทำให้ร่างกายรวน ปวดศีรษะ ตึงที่บ่าไหล่คอ นอนไม่หลับ ประกอบกับสภาวะระบบอื่นๆ เช่น ใจสั่น มือสั่น อาหารไม่ย่อย ทางอืด หายใจไม่อิ่ม แน่นท้อง ชาตามร่างกาย

2. สภาวะจิตใจ เกิดความกังวลมากเป็นพิเศษถึงทิศทางการเมือง ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบัน อาจเกิดภาวะซึมเศร้า หมดหวัง งานวิจัยทั่วโลกระบุว่าผู้ป่วยซึมเศร้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญหลายเปอร์เซ็นต์ หรือเกิดเป็นความโกรธที่แสดงออกทางพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป อาการทางใจ เช่น หงุดหงิดง่าย โกรธ ฉุนเฉียว ก้าวร้าว เบื่อหน่าย สิ้นหวัง ฟุ้งซ่าน หมกมุ่น

3. พฤติกรรมการอยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันอาจเกิดความร้าวฉานในครอบครัว หากบริหารจัดการไม่ได้ ก็เป็นปัญหาพฤติกรรมและสัมพันธภาพกับผู้อื่น หากเกิดการโต้เถียงโดยใช้อารมณ์ อาจนำไปสู่ใช้กำลังจนทำให้เกิดปัญหาด้านสัมพันธภาพอย่างรุนแรงได้

ดังนั้น ควรมีสติ รับฟังข้อมูลอย่างไตร่ตรอง นึกถึงผลกระทบของการใช้คำพูดรุนแรง เพราะการให้ข้อมูลความเป็นจริงไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดที่รุนแรงสร้างความเกลียดชัง ซึ่งเมื่อใช้จะยิ่งไปกระตุ้นและยั่วยุให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นไปอีก

ทั้งนี้ ความเครียดสะสมอาจทำให้ตัวเราป่วยด้วยอาการของโรคทางจิตใจ Political Stress Syndrome หรือ PSS พบมากในกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน และวัยเกษียณ ที่ไม่ใช่เกิดแค่กับคนไทยแต่เกิดขึ้นกับทั่วโลกซึ่งเป็นปกติที่มนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคมจะใส่ใจสิ่งรอบตัวโดยเฉพาะเรื่องที่ใกล้ตัวและส่งผลกระทบโดยตรงอย่างการเมือง 

วิธีแก้ไขปัญหาความเครียด

1 เราต้องรู้ตัวก่อน หลายคนไม่รู้ตัวว่าตอนนี้ตัวเองกำลังประสบปัญหาความเครียด พอไม่รู้ตัวก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป ดังนั้นจึงต้องประเมินตัวเองอย่างสม่ำเสมอ สังเกตตนเองว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ความคิดพฤติกรรมหรือไม่

2 ค้นหาสาเหตุของความเครียด ส่วนมากความเครียดมักมีสาเหตุหากเราไม่หลอกตัวเอง เมื่อเราหาสาเหตุพบ ให้จัดการที่สาเหตุ เช่น หากสาเหตุเกิดจากการเสพข่าวสารที่มากเกินไป ให้หาวิธีที่ทำให้เราเสพข่าวได้อย่างเหมาะสมเพื่อลดปัญหาความเครียด

3 หากเราสังเกตอาการของคนใกล้ตัวว่ามีความเครียดมากเกินไป ให้บอกด้วยความเป็นห่วงถึงความเปลี่ยนแปลงของอาการและพฤติกรรม และชวนพูดคุยเพื่อเป็นการระบายความเครียด การพูดคุยกับผู้ที่มีความเครียดให้เริ่มต้นจากความสัมพันธ์ที่ดี พูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ มีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ทำให้เขารู้ว่าเราเป็นห่วง และเราไม่ต้องการกล่าวโทษหรือกล่าวร้ายกับเขา

แนวทางป้องกันอาการของ Political Stress Syndrome หรือ PSS

  • ลดการเสพข้อมูลลง เลือกแหล่งข่าวที่เป็นมาตรฐานเชื่อถือเป็นกลางที่สุด เพียง 1-2 ที่
  • บริหารเวลาให้เหมาะสม
  • จัดการความเครียดของตนเอง อาทิ เปลี่ยนไปดูบันเทิง นอน หรือรับประทานอาหาร
  • สื่อสารโดยไม่ใช่อารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้ง และยอมรับว่าทุกคนมีสิทธิเป็นของตนเอง

หากเสพข่าวแล้วรู้สึก เครียด ปวดหัว มือสั่น ตัวสั่น นั่นคือสัญญาณที่ต้องพักจากข่าวสารต่างๆ โดยมีผลการวิจัยของกรมสุขภาพจิต และจากประเทศสหรัฐอเมริกาว่า การเสพข่าวแบบนี้ควรใช้เวลาประมาน 40 นาที- 2 ชั่วโมง หรือวันละ 3 ครั้ง/ครั้งละ 40 นาที

เกือบซึมเศร้าเพราะเสพข่าวการเมือง เสี่ยงโรค PSS แบบไม่รู้ตัว!

หลักการเยียวยาจิตใจผู้ที่เข้าข่ายโรค Political Stress Syndrome หรือ PSS

สำหรับคนรอบข้างมีส่วนช่วยให้คนในครอบครัวหรือเพื่อนลดความเครียดลงได้ แม้เรื่องความคิดต่างเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ว่าสามารถพูดกล่าวตักเตือนได้หรือไม่  

หากเราฟังปัญหาความเครียดจากคนใกล้ตัวแล้วเป็นปัญหาที่สามารถช่วยได้ ก็ให้อาสาช่วยหรือบรรเทา หากปัญหาที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่เราจะรับมือได้ก็ยังมีผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ เราสามารถแนะนำให้ผู้ที่มีความเครียดไปปรึกษาได้ ซึ่งปัจจุบันการไปพบนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ไม่ได้น่ากลัวเหมือนแต่ก่อน เราสามารถเข้าไปคุยได้โดยตรง หรือใช้บริการสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ซึ่งสามารถโทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

ข่าวล่าสุด