“ Fibroscan เป็นเครื่องมือช่วยตรวจหาพังผืดในตับ ประเมินระยะของโรค ใช้ตรวจวัดปริมาณไขมันในตับทางอ้อมได้ โดยการใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำเข้าไปแล้ววัดการสะท้อนกลับของเสียงเพื่อประเมินพังผืดในตับและไขมันในตับได้” แพทย์หญิง จิตรลดา เอี่ยมหฤท อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี กล่าว
สำหรับเครื่อง Fibroscan จะวัดประเมินหลักๆ อยู่สองเรื่องคือ “พังผืดในตับ” กับ “ไขมันในตับ” ซึ่งสองสิ่งนี้คือตัวการที่ทำให้ “ตับแข็ง” ซึ่งไม่ได้แปลว่าตับกลายเป็นหิน แต่หมายถึงว่าภาวะที่ไขมันเข้าไปแทรกและพังผืดจะยึดเนื้อตับให้มีความยืดหยุ่นน้อยลง เนื้อตับแข็งขึ้น ทำให้ตับขาดประสิทธิภาพในการกรองของเสียออกจากเลือด การขจัดสารพิษตกค้างจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป กำจัดเชื้อโรคออกจากเลือดได้น้อยลง
ข้อดีของตรวจตับด้วยเทคโนโลยีข้างต้น คือไม่เจ็บตัว ไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาน้อย ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ไม่มีภาวะแทรกซ้อน งดน้ำงดอาหารเพียง 3 ชั่วโมง แต่ข้อห้าม สำหรับคนท้อง และคนที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ซึ่งเทคโนโลยีของเครื่อง Fibroscan จะทำให้แพทย์ประเมินภาวะของตับ และสามารถดูระยะของโรคเพื่อความจำเป็นในการรักษา
อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจเกิดคำถามว่า ไม่เป็นไวรัสตับ ไม่ดื่มเหล้า ไม่มีความเสี่ยงตับแข็ง แล้วทำไมถึงอยากไปตรวจตับ?
คำตอบที่ซ่อนในพุงเป็นตัวเฉลยจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ นั่นคือ “ความอ้วน” ทั้งจากอาหารนานาชนิดที่รับประทานเข้าไป ตลอดจนเครื่องดื่มผสมน้ำตาลเพิ่มหวานมันจากทั้งนม ครีมเทียม จนสะสมอยู่กลางลำตัว นี่แหละหนึ่งในสาเหตุไขมันพอกตับ
ทั้งนี้ หากค่าการวัดพังผืดในเนื้อตับได้คะแนนต่ำกว่า 7 และปริมาณไขมันในตับต่ำกว่า 248 ถือว่าผ่านฉลุย แต่หากเกินกว่านั้นต้องเริ่มปรับพฤติกรรม ระวังอาหาร เลือกกินเลือกดื่มเมนูที่ดีต่อสุขภาพ และออกกำลังกายให้มากขึ้น เพื่อช่วยฟื้นฟูตับ
“ผลตรวจออกมาดีนะคะ ค่าตับยังอยู่ในเกณฑ์ปกติทุกอย่าง แต่ควรดูแลสุขภาพ เลือกอาหารที่ไขมันต่ำ หวานน้อย ไม่ดื่ม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ คุณหมอแนะนำให้มาตรวจตับเป็นประจำอย่างน้อยทุกๆ สองปี” คุณหมออ่านผล ทำให้คนตรวจโล่งอก
เมื่อตับปลอดภัยก็ดูแลต่อไปตามคำแนะนำคุณหมอ...ใครอยากทราบค่าตับลองพาตับไปหาหมอ ไม่ต้องรอปวดตับ นะคะ