3. อุจจาระสีขาว / เทาอ่อน
อุจจาระสีขาวหรือสีเทาอ่อนมักจะมาจากระบบท่อน้ำดีที่อุดตัน หรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับตับและถุงน้ำดี เช่น ถ้าเราใช้ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ (เช่น ยาแก้กรดไหลย้อนบางชนิด) สีของอุจจาระอาจเปลี่ยนไปได้ แต่ถ้าพบว่าเป็นสีนี้ติดต่อกัน ควรใส่ใจเพราะอาจบ่งบอกว่ามีการอุดตันในท่อน้ำดี ซึ่งเป็นท่อที่เชื่อมต่อระหว่างตับกับถุงน้ำดี ทำให้ระบบขับถ่ายและย่อยอาหารผิดปกติไป อุจจาระที่ไม่มีสีอาจเกิดจากการที่น้ำดีไม่ไหลเข้าสู่ลำไส้เล็กเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร ยิ่งถ้าร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง ควรรีบปรึกษาแพทย์นะครับ
4. อุจจาระสีเขียว
ถ้าอุจจาระของคุณมีสีเขียว ไม่ต้องตกใจไปนะเพราะสีเขียวในอุจจาระมักมาจากอาหารที่เราทาน โดยเฉพาะผักใบเขียว เช่น ผักบุ้ง ผักโขม ซึ่งเมื่อเราทานเข้าไป ระบบย่อยอาหารจะต้องใช้เวลาในการย่อยใบผักเหล่านี้นานกว่าปกติ ถ้าร่างกายย่อยไม่สมบูรณ์จะทำให้เห็นสีเขียวในอุจจาระได้ หรืออีกหนึ่งสาเหตุคือ อาจเกิดจากการที่ระบบย่อยอาหารทำงานเร็วเกินไป เช่น ในกรณีท้องร่วง ทำให้อาหารเคลื่อนที่ผ่านลำไส้เร็วขึ้น น้ำดีที่ถูกปล่อยออกมาเพื่อช่วยย่อยไขมันจะยังไม่ได้ถูกย่อยเต็มที่ สีของน้ำดีจึงยังเป็นสีเขียวอยู่ และออกมาพร้อมกับอุจจาระ ในกรณีนี้สีเขียวอาจมาพร้อมกับลักษณะเหลวหรือมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ซึ่งอาจหมายความถึงการติดเชื้อหรือการระคายเคืองในลำไส้นะครับ
5. อุจจาระสีเหลือง
โดยทั่วไปแล้วอุจจาระของคนที่สุขภาพดีจะมีสีน้ำตาลหรือเหลือง ซึ่งแปลว่าระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ สีนี้มาจากน้ำดีที่ตับหลั่งออกมาเพื่อช่วยย่อยอาหาร และยังเป็นสีที่บอกให้รู้ว่าระบบย่อยอาหารของเรากำลังทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้าอุจจาระเริ่มเป็นสีเหลืองเข้ม มีกลิ่นคาวรุนแรง อาจแปลว่าร่างกายย่อยอาหารที่มีไขมันไม่สมบูรณ์ เช่น อาหารที่มีไขมันสูงจะทำให้ระบบย่อยทำงานหนัก บางครั้งอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าตับหรือน้ำดีของเรามีปัญหา หากอุจจาระเหลืองและมีกลิ่นคาวต่อเนื่องหลายวัน ควรเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจดูสุขภาพของตับและถุงน้ำดีให้แน่ใจ
"หมอเจด" ทิ้งท้ายว่า สุดท้ายแล้ว ลองสังเกตหลังจากทำธุระนะเพราะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยบอกสภาพสุขภาพของเราได้ ถ้าสีของอุจจาระผิดปกติเป็นเวลาหลายวัน หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ หรือท้องร่วง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อความแน่ใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ หรือใหญ่ สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรดูแลทุกวันนะครับ
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : เฟซบุ๊ก หมอเจด
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : jcomp จาก Freepik