โดยระดับวิตามิน B1 (ไทอามีน) ลดลง 17.1% วิตามิน B2 (ไรโบฟลาวิน) 16.6% วิตามิน B5 (กรด pantothenic) 12.7% และวิตามิน B9 (โฟเลต) 30.3% อย่างไรก็ตามทีมวิจัยรายงานว่า ระดับวิตามิน B6 หรือแคลเซียมไม่เปลี่ยนแปลง ในขณะที่ระดับวิตามิน E เพิ่มขึ้นสำหรับสายพันธุ์ส่วนใหญ่
นอกจากการเปลี่ยนแปลงของวิตามินแล้ว พวกเขารายงานว่าโปรตีนลดลงโดยเฉลี่ย 10.3% ธาตุเหล็กลดลง 8% และสังกะสีลดลง 5.1% เมื่อเทียบกับข้าวที่ปลูกภายใต้ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในปัจจุบัน
ผลการวิจัยชี้ชัดว่า ปริมาณสารอาหารที่ลดลงของข้าวอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในประเทศที่ยากจนที่สุดที่ต้องพึ่งพาข้าว โดยผลกระทบต่อโภชนาการจากการคุณค่าทางอาหารที่ถดถอยเพราะผลกระทบโลกร้อนในข้าว จะเห็นชัดที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ผู้คนมากกว่า 600 ล้านคน กินข้าวทุกวันเป็นอาหารหลัก
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของสารอาหารในข้าวจะส่งจะไม่ส่งผลกระทบอย่างสำคัญต่อหลายประเทศที่ปลูกข้าวและบริโภคข้าวเท่านั้น แต่พืชพรรณธัญญาหารอื่นๆของโลกก็จะประสบกับปัญหาแบบเดียวกัน
“ทางออกของเรื่องนี้ไม่ใช่การกินอาหารเสริม หรือหาทางลัดโดยการส่งเสริมพืชจีเอ็มโอซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาใหม่ แต่อยู่ที่ความพยายามร่วมกันของทั้งโลกเพื่อลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมาจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล สร้างระบบเกษตรเชิงนิเวศ และส่งเสริมการบริโภคพืชพรรณธัญญาหารที่หลากหลาย ฟื้นฟู พัฒนา และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน” ศาสตราจารย์ Kristie กล่าว
ส่องคุณค่าทางอาหารในข้าว เมื่อโลกร้อนทำสารอาหารในข้าวน้อยลง
งานวิจัยทดลองปลูกข้าวในบรรยากาศที่มีความเข้มข้นคาร์บอนไดออกไซด์สูง พบสารอาหารลดลงอย่างเห็นได้ชัด
วิตามิน B9 (โฟเลต) -30.3%
วิตามิน B1 (ไทอามีน) -17.1%
วิตามิน B2 (ไรโบฟลาวิน) -16.6%
วิตามิน B5 (กรด pantothenic) -12.7%
โปรตีน -10.3%
ธาตุเหล็ก -8%
สังกะสี -5.1%.
Fact :
วิตามิน B9 - ช่วยบำรุงครรภ์ ป้องกันความพิการแต่กำเนิด บำรุงสมองและสุขภาพจิต
วิตามิน B1 – ช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน
วิตามิน B2 - ทำให้ผิวหนังเจริญเติบโตเป็นปกติ สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง และช่วยการทำงานของสมอง
วิตามิน B5 – ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง บำรุงสุขภาพผิว
ขอขอบคุณที่มา: University of Washington / โรงพยาบาล BNH