“ดังนั้น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จึงได้มีมาตรการเพิ่มเติมด้านการจัดการน้ำ 3 มาตรการ ได้แก่ 1. ให้แต่ละลุ่มน้ำจัดสรรการใช้น้ำตามลำดับความสำคัญ โดยให้จัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ เป็นหลัก 2. ควบคุมการเพาะปลูก ขอความร่วมมือเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวนาปีรอบแรกและเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ งดทำนาปีต่อเนื่อง และ 3. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ บูรณาการร่วมกับกลุ่มผู้ใช้น้ำในการวางแผนจัดสรรน้ำตามรอบเวรอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ทุกพื้นที่มีปริมาณน้ำเพียงพอ” สุรสีห์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับหน้าแล้งปีนี้จะไม่เพียงพอต่อการใช้น้ำในภาคเกษตร แต่สุรสีห์ ยืนยันว่า น้ำอุปโภคบริโภคจะได้รับการจัดสรรให้กับประชาชนอย่างเพียงพอ รวมไปถึงผู้ใช้น้ำในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมก็จะมีน้ำจัดสรรให้เพียงพอตลอดหน้าแล้ง อย่างไรก็ตามเขาได้ร้องขอไปยั่งทุกภาคส่วนให้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพที่สุด
โดยสำหรับหน่วยงานราชการได้มีการตั้งเคพีไอให้ทุกหน่วยงานลดการใช้น้ำลง 10% และสำหรับภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ ก็มีการส่งเสริมให้ทำ 3R - reduce, reuse, recycle – การใช้น้ำ โดยนำน้ำเสียจากสถานประกอบการของตนนำไปบำบัดและใช้ซ้ำอีกครั้ง เพื่อลดอัตราการใช้น้ำ ในขณะที่ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ยังได้ประสานไปยังการประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค ให้บำรุงรักษาระบบท่อส่งน้ำประปา เพื่อลดอัตราการสูญเสียน้ำประปาจากระบบส่ง
นอกจากนี้ เขายังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ ให้เร่งลงพื้นที่ สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำ ให้ประชาชนและเกษตรกรรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมรณรงค์ให้ทุกภาคส่วน ร่วมใจกันประหยัดน้ำ รวมทั้งเก็บกักน้ำไว้ในพื้นที่ อาทิ แก้มลิง บ่อน้ำ ตลอดจนอาคารชลประทานที่ถ่ายโอนแล้วไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งถัดไป