AI พยากรณ์อากาศอีกหนึ่งที่น่าสนใจคือ NowcastNet เป็นโปรแกรมที่เชี่ยวชาญในการคาดการณ์ระยะสั้น ซึ่งใช้เวลาสูงสุดเพียงไม่กี่ชั่วโมงในอนาคต ซึ่งดูเหมือนจะเหนือกว่าคู่แข่งชั้นนำหลายรายเช่นเดียวกัน
การพยากรณ์อากาศของ AI รุ่นใหม่ แตกต่างจากการพยากรณ์แบบดั้งเดิม ที่ใช้ตัวเลขและแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ประเภทหนึ่งที่ซับซ้อน นำมาทำนายการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งต้องใช้จำนวนคน ใช้พลังงานในการคำนวณระดับสูงจำนวนมาก จึงมีค่าใช้จ่ายที่แพงและใช้เวลานานกว่า ซึ่งหากคำนวณไม่ดีก็อาจทำให้การพยากรณ์คาดเคลื่อนได้
แต่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถทดแทนปัญหาเหล่านั้นได้ เพราะพวกมันไม่จำเป็นต้องใช้สมการทางคณิตศาสตร์ แต่พวกมันรับข้อมูลสภาพอากาศที่ถูกบันทึกในอดีตจำนวนมาก เรียนรู้และจดจำรูปแบบต่าง ๆ ของสภาพอากาศที่เคยเกิดขึ้น จากนั้นจึงใช้รูปแบบนั้น ๆ มาคาดการณ์โดยผนวกกับข้อมูลอากาศรูปแบบใหม่ในปัจจุบัน โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ ราคาที่ถูกลง และรวดเร็วมากขึ้น
ในขณะที่ AI ชาญฉลาดมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศก็รุนแรงมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า โมเดล AI รุ่นใหม่อาจประสบปัญหาในการจำลองเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น คลื่นความร้อน ภัยแล้ง พายุเฮอริเคน ไฟป่า และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน ล้วนทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่ออุณหภูมิของโลกสูงขึ้น
ความสำคัญของการพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ จะช่วยให้ผู้มีอำนวจตัดสินใจในการประกาศด้านความปลอดภัยสาธารณะหรืออำนวยความสะดวกในการอพยพโดยมีเวลาเพียงพอในการปกป้องประชากรที่เปราะบาง
นั่นหมายความว่า หาก AI มีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะจำลองเหตุการณ์สุดขั้วในอนาคตได้อย่างแม่นยำ และพวกมันเผชิญกับสภาพอากาศที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ก็เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากว่าในอนาคตเราจะต้องเจอกับอะไรบ้างและจะเตรียมตัวอย่างไร