ทั้งนี้ EU มีอำนาจเหนือยุโรปอย่างชัดเจนจากประเทศสมาชิก 27 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยียม บัลแกเรีย ไซปรัส เช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี ลัตเวีย ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย สโลวะเกีย สโลวีเนีย สเปน สวีเดน และโครเอเชีย นอกจากนี้ ยังวางเป้าหมายเก็บขยะจำพวกแบตเตอรี่ที่เข้มงวดขึ้นจากเดิม ดังนี้
- ขยะแบตเตอรี่พกพา : ปี 2023 ต้องเก็บได้ 45%, ปี 2027 เก็บได้ 63%, ปี 2030 เก็บได้ 73%
- ขยะแบตเตอรี่ LMT : ปี 2028 เก็บได้ 51%, ปี 2031 เก็บได้ 61%
- ระดับวัสดุขั้นต่ำที่รีไซเคิลจากแบตเตอรี่เหลือใช้ : ลิเธียม – 50% ภายในปี 2027, 80% ภายในปี 2031, โคบอลต์ ทองแดง ตะกั่ว และนิกเกิล – 90% ภายในปี 2027 และ 95% ภายในปี 2031
แม้ขณะนี้บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต่างๆ เช่น Samsung, Google, Apple ฯลฯ จะไม่ได้ออกแบบอุปกรณ์สำหรับยุโรปโดยเฉพาะ แต่ก่อนจะถึงปี 2027 กฎหมายนี้อาจเปลี่ยน iPhone รวมทั้งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อีกหลายแบรนด์ นอกจากนี้ ยังจะเปลี่ยนแท็บเล็ต แล็ปท็อป รถยนต์ไฟฟ้า จักรยานไฟฟ้า และอุปกรณ์อื่นๆ ทั้งหมดที่มีแบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ให้กลับไปใช้อุปกร์ส่วนควบแบบที่ครั้งหนึ่งเราเคยใช้ในอดีต ทว่า รูปลักษณ์ ขนาด และหน้าตาของแต่ละแบรนด์จะเปลี่ยนไปหรือพัฒนาไปในทิศทางไหน ผู้บริโภคคงได้เห็นในอีกไม่กี่ปี