เนชั่นทีวี

รักษ์โลก

EU ผลักดัน Circular Economy เตรียมใช้กฎหมายมือถือ-โน้ตบุ๊กถอดแบตเปลี่ยนได้

18 ก.ค. 2566 | warunee_man

EU ผลักดัน Circular Economy เตรียมใช้กฎหมายมือถือ-โน้ตบุ๊กถอดแบตเปลี่ยนได้

ผู้บริโภคเห็นด้วยหรือไม่? EU เตรียมบังคับใช้แบตเตอรี่มือถือ-โน้ตบุ๊กแบบถอดเปลี่ยนเองได้ง่ายๆ ตอบโจทย์แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายในปี 2027

รัฐสภายุโรปออกกฎหมายใหม่ที่จะนำมือถือ โน้ตบุ๊ก แบบถอดแบตได้กลับมาอีกครั้ง  โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการรีไซเคิล ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ และสนับสนุนสิทธิในการซ่อมแซมของผู้ใช้งาน หรือ Right to Repair โดยหากย้อนกลับไปในปี 2020 รัฐสภายุโรปเคยเสนอกฎเกี่ยวกับแบตเตอรี่และขยะจำพวกแบตเตอรี่ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งล่าสุดในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา รัฐสภายุโรปได้ผ่านร่างนี้ด้วยคะแนน 587 คะแนน 

EU ผลักดัน Circular Economy เตรียมใช้กฎหมายมือถือ-โน้ตบุ๊กถอดแบตเปลี่ยนได้

สำหรับเนื้อหาสำคัญของกฎหมายคือ การบังคับติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ สำหรับแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่สำหรับการขนส่งแบบเบา (LMT) เช่น สกูตเตอร์ไฟฟ้าและจักรยาน และแบตเตอรี่อุตสาหกรรมชาร์จไฟได้ที่มีความจุสูงกว่า 2kWh นอกจากนี้ ยังให้มีการออกแบบแบตเตอรี่แบบพกพาในเครื่องใช้ไฟฟ้า ในลักษณะที่ผู้บริโภคสามารถถอดและเปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้ง่าย ซึ่งประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อนี้ เนื่องจากในอนาคตอันใกล้ผู้ผลิตมือถือ โน้ตบุ๊กที่จะขายในยุโรป จะต้องผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวโดยให้ลูกค้าถอดเปลี่ยนแบตเองได้ง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยถอด ซึ่งมือถือและโน้ตบุ๊กปัจจุบันที่เราใช้อยู่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษช่วยถอด โดย EU จะบังคับใช้ในปี 2027 เท่ากับว่าบริษัทผู้ผลิตมีเวลาอีกประมาณหนึ่งในการปรับตัวให้เข้ากับกฎใหม่

EU ผลักดัน Circular Economy เตรียมใช้กฎหมายมือถือ-โน้ตบุ๊กถอดแบตเปลี่ยนได้

โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้มีไว้เพื่อบังคับให้ผู้ผลิตสร้าง "เศรษฐกิจหมุนเวียน" สำหรับแบตเตอรี่ หมายถึงรูปแบบการผลิตที่ทรัพยากรที่ใส่เข้าไปในกระบวนการผลิตนั้นถูกรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ให้มากที่สุด ในโลกเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สมบูรณ์แบบ ทรัพยากรที่จำเป็นในการสร้างสมาร์ทโฟนจะมาจากสมาร์ทโฟนรุ่นเก่า 100% ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งใหม่ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วจะเห็นได้ชัดว่าตัวเลข 100% นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่การเริ่มเปลี่ยนแปลงทำให้เข้าใกล้ 100% มากขึ้นเป็นเป้าหมายที่เป็นจริงได้

ทั้งนี้ EU มีอำนาจเหนือยุโรปอย่างชัดเจนจากประเทศสมาชิก 27 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยียม บัลแกเรีย ไซปรัส เช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี  ไอร์แลนด์ อิตาลี ลัตเวีย ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย สโลวะเกีย สโลวีเนีย สเปน สวีเดน และโครเอเชีย นอกจากนี้ ยังวางเป้าหมายเก็บขยะจำพวกแบตเตอรี่ที่เข้มงวดขึ้นจากเดิม ดังนี้

  • ขยะแบตเตอรี่พกพา : ปี 2023 ต้องเก็บได้ 45%, ปี 2027 เก็บได้ 63%, ปี 2030 เก็บได้ 73%
  • ขยะแบตเตอรี่ LMT : ปี 2028 เก็บได้ 51%, ปี  2031 เก็บได้ 61% 
  • ระดับวัสดุขั้นต่ำที่รีไซเคิลจากแบตเตอรี่เหลือใช้ : ลิเธียม – 50% ภายในปี  2027, 80% ภายในปี 2031, โคบอลต์ ทองแดง ตะกั่ว และนิกเกิล – 90% ภายในปี 2027 และ 95% ภายในปี 2031 

แม้ขณะนี้บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต่างๆ เช่น Samsung, Google, Apple ฯลฯ จะไม่ได้ออกแบบอุปกรณ์สำหรับยุโรปโดยเฉพาะ แต่ก่อนจะถึงปี 2027 กฎหมายนี้อาจเปลี่ยน iPhone รวมทั้งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อีกหลายแบรนด์ นอกจากนี้ ยังจะเปลี่ยนแท็บเล็ต แล็ปท็อป รถยนต์ไฟฟ้า จักรยานไฟฟ้า และอุปกรณ์อื่นๆ ทั้งหมดที่มีแบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ให้กลับไปใช้อุปกร์ส่วนควบแบบที่ครั้งหนึ่งเราเคยใช้ในอดีต ทว่า รูปลักษณ์ ขนาด และหน้าตาของแต่ละแบรนด์จะเปลี่ยนไปหรือพัฒนาไปในทิศทางไหน ผู้บริโภคคงได้เห็นในอีกไม่กี่ปี

 

ข่าวล่าสุด