นักวิจัยกระตือรือร้นที่จะพัฒนาวิธีการติดตามการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิธีการป้องกัน แต่การศึกษาก่อนหน้านี้ได้แนะนำว่า เราจำเป็นต้องเฝ้าติดตามคลอโรฟิลล์ในมหาสมุทรเป็นเวลา 3 ทศวรรษ เพื่อตรวจหาแนวโน้ม เนื่องจากความผันแปรในแต่ละปี
ในการศึกษาล่าสุด นักวิจัยได้ขยายสเปกตรัมสี โดยดูที่ 7 เฉดสีของมหาสมุทร จากดาวเทียม MODIS-Aqua เพราะสิ่งเหล่านี้บอบบางเกินกว่าที่มนุษย์จะมองเห็นได้และมองด้วยตาเปล่าเป็นสีน้ำเงินเป็นส่วนใหญ่ พบว่า 56% ของมหาสมุทรทั่วโลก ซึ่งเป็นอาณาเขตที่ใหญ่กว่าพื้นที่ทั้งหมดบนโลก มีการเปลี่ยนสีระหว่างปี 2545-2565
การวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมส่วนใหญ่สอดคล้องกับแบบจำลองที่ Dutkiewicz ทำในปี 2019 ซึ่งจำลองมหาสมุทรของโลกภายใต้ 2 สถานการณ์ สถานการณ์หนึ่งมี “ก๊าซเรือนกระจก” เพิ่มเข้ามา และอีกสถานการณ์หนึ่ง “ไม่มีก๊าซเรือนกระจก” โดยแบบจำลองก๊าซเรือนกระจกคาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงของสีอาจเกิดขึ้นในประมาณ 50% ของมหาสมุทรพื้นผิวโลกภายใน 20 ปี
สีของมหาสมุทรเป็นผลมาจากสิ่งที่อยู่ในชั้นบนสุด โดยทั่วไปแล้วยิ่งแพลงก์ตอนพืช จุลินทรีย์ที่มีคลอโรฟิลล์ ซึ่งอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมทางน้ำมากเท่าไหร่ น้ำก็ยิ่งมีสีเขียวมากขึ้นเท่านั้น มหาสมุทรยังมีสารอินทรีย์ที่ดูดซับแสงซึ่งสามารถเปลี่ยนสีของน้ำจาก “สีน้ำเงิน” เป็น “สีเหลือง” และ ”สีน้ำตาล” ได้ ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้นของน้ำ ด้วยเหตุผลดังกล่าว การเปลี่ยนแปลงของสี แม้ว่าบางครั้งจะบอบบางต่อสายตามนุษย์ แต่ก็ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตและสสารต่างๆ ในน้ำทะเล
“สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มบอกเราว่าสีกำลังเปลี่ยนไป แต่ไม่ได้บอกว่ามันเปลี่ยนไปอย่างไร” Stephanie Dutkiewicz นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์และผู้เขียนร่วมของการศึกษากล่าว
เเต่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับภาวะโลกร้อนจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นหลักฐานเพิ่มเติมว่ากิจกรรมของมนุษย์ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกในระดับพื้นที่มากเพียงใด นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นที่ส่งผลกระทบต่อมหาสมุทร เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการไหลของกระแสน้ำบางประเภท เป็นต้น
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคุกคามมหาสมุทรทั่วโลกและสิ่งมีชีวิตที่ต้องพึ่งพามหาสมุทรอีกนับไม่ถ้วน อาทิ หมีขั้วโลกอาจหายไปส่วนใหญ่ภายในสิ้นศตวรรษนี้หากภาวะโลกร้อนยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่การศึกษาในปี 2020 เตือนโดยอ้างถึงการสูญเสียที่น่าตกใจของน้ำแข็งในทะเลอาร์กติก เเละการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งพบว่าแนวปะการังครึ่งหนึ่งของโลกได้ถูกทำลายไปแล้วโดยน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นและมีกรดในมหาสมุทร