เหล่านักวิจัยจึงมีการคิดค้นน้ำยาแอร์รุ่นใหม่เพื่อให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกให้น้อยลง ชะลอการเกิดภาวะโลกร้อน จากการใช้สาร CFC และ HCFs (Hydrochlorofluorocarbons) ในการผลิตเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น จึงได้นำสาร HFCs (Hydrofluorocarbons) มาใช้ทดแทน ทว่า ถึงแม้ HFCs จะปลอดคลอรีนและมีผลต่อชั้นบรรยากาศเพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่สารดังกล่าวกลับมีอานุภาพในการดูดความร้อนได้มากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 1,000 เท่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้อากาศร้อนในโลกขึ้น และเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปได้อย่างสอดคล้อง ฝั่งของอุตสาหกรรมเครื่องเย็นจึงมีการผลิตอุปกรณ์ใหม่ๆ เพื่อรองรับกับน้ำยาแอร์ตัวใหม่ด้วย เช่น เครื่องปรับอากาศระบบ invertor นอกจากจะช่วยวิกฤตของโลกแล้ว ยังช่วยให้ผู้ใช้งานประหยัดไฟเพิ่มขึ้นด้วย
... การล้างแอร์ ช่วยลดโลกร้อนได้หรือไม่?
หากตระหนักเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อนและมลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการเกิดมลภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่กำลังประสบปัญหามาอย่างต่อเนื่อง การใช้เครื่องปรับอากาศที่ด้อยประสิทธิภาพขาดการดูแลไม่ได้ทำความสะอาดเป็นเวลานานอาจทำให้มีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่างๆ เข้าไปอุดตัน กลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ จึงมีการรณรงค์ให้ประชาชนหมั่นดูแลเครื่องปรับอากาศ ล้างเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการและยืดอายุการใช้งานของแอร์ ช่วยให้แอร์สามารถระบายความร้อนและทำความเย็นได้ดียิ่งขึ้น ประหยัดไฟมากขึ้น มีส่วนช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศ ลดการสะสมของเชื้อโรค ช่วยฟอกอากาศให้สะอาด ลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ พร้อมช่วยลดโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีกด้วย
... ล้างทุก 6 เดือน VS ล้างตอนแอร์ไม่เย็น แบบไหนถูกต้อง?
ล้างแอร์ทุก 6 เดือน : เป็นช่วงเวลามาตรฐานที่แนะนำ เพราะเมื่อใช้ไปสักระยะ พัดลมแอร์จะเริ่มมีฝุ่นเกาะจนทำให้ลมไม่สามารถพัดออกมาได้ ซึ่งนอกจากการล้างแอร์จะช่วยกำจัดฝุ่น ทำให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่เป็นแหล่งสะสมของเหล่าเชื้อโรคแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งาน ที่สำคัญช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 10% ทีเดียว
ล้างตอนแอร์ไม่เย็น : หลังจากที่ผ่านไปเกิน 6 เดือนแล้ว ก็ยิ่งสะสมฝุ่นละอองมากขึ้น ส่งผลกระทบทั้งตัวแอร์และสุขภาพของตัวเราอีกด้วย
...รู้หรือไม่ ? การเปิดแอร์ขนาด 12,000 บีทียู/ชม. ใช้กำลังไฟฟ้า 950 วัตต์ หากใช้งานตลอด 9 ชม. ในสภาพอากาศร้อน จะใช้ไฟมากถึง 133.38 หน่วยต่อเดือน
... หน้าร้อนแอร์ทำงานหนักต้องใช้งานอย่างไรให้ประหยัดไฟ?
- เปิดแอร์ 26 °C หรือสูงกว่า แต่หากต้องการความรู้สึกเย็นสบายเท่ากับ 24 °C ให้เปิดพัดลมพร้อม ๆ กับเปิดแอร์ จะช่วยให้คุณประหยัดไฟได้อีก
- ล้างแอร์เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยล้างก่อนหน้าร้อน 1 ครั้ง
- ไม่ใช้อุปกรณ์ทำความร้อนในห้องแอร์ เช่น ไม่ควรรีดผ้าในห้องแอร์ เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น
- ในช่วงอากาศร้อน ให้ตั้งความเร็วพัดลมแอร์ที่ระดับสูงสุด เพื่อให้อากาศในห้องเย็นเร็วขึ้น เมื่อได้ความเย็นในระดับที่ต้องการแล้ว สามารถลดความเร็วพัดลมแอร์ในระดับปกติได้เลย และหากเปิดพัดลมช่วยจะทำให้คุณรู้สึกเย็นสบายยิ่งขึ้น
- ตั้งเวลาปิดแอร์ให้เร็วขึ้นวันละ 1 ชม. ช่วยประหยัดไฟได้