กองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ ยืนยันว่า มีทหารเสียชีวิต 4 นาย และผู้บาดเจ็บอีก 58 ราย จากโดรนโจมตีฐานทัพใกล้เมืองบินยามินา ที่ห่างจากเมืองไฮฟาไปทางใต้ราว 33 กม. เมื่อวันอาทิตย์ (13 ตุลาคม) โดยทหาร 7 นายได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก่อนหน้านั้นหน่วยฉุกเฉินของอิสราเอล รายงานว่า มีผู้บาดเจ็บ 61 ราย ซึ่ง 3 รายอาการขั้นวิกฤต
สื่อของฮิซบอลเลาะห์ รายงานว่า โดรนหลายลำถูกส่งโจมตีค่ายฝึกทหารราบของกองพลน้อยโกลานีของอิสราเอลที่อยู่ระหว่างกรุงเทลอาวีฟและเมืองไฮฟา เพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลโจมตีในภาคใต้ของเลบานอนและในกรุงเบรุต ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 ราย และผู้บาดเจ็บ 117 ราย เมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมทั้งระบุว่า ในปฏิบัติการครั้งนี้มีการยิงจรวดหลายสิบลูกใส่เมืองนาฮาริยา และเอเคอร์ ทางภาคเหนือของอิสราเอล เพื่อรบกวนระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอล และส่งโดรนโจมตีในเวลาเดียวกัน ทำให้โดรนรอดพ้นการตรวจจับของเรดาร์ และตรงเข้าทำลายเป้าหมายได้
ขณะที่โฆษกไอดีเอฟ เปิดเผยว่า กองทัพจะตรวจสอบว่า โดรนสามารถเล็ดลอดผ่านระบบป้องกันภัยทางอากาศ โดยไม่มีการแจ้งเตือนได้อย่างไร และย้ำว่า ภัยคุกคามจากโดรนเป็นสิ่งที่กองทัพพยายามรับมืออยู่นับตั้งแต่เริ่มสงคราม และจำเป็นต้องปรับปรุงระบบป้องกันให้ดีขึ้น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นหนึ่งในการโจมตีครั้งนองเลือดที่สุดที่เกิดขึ้นในอิสราเอล นับจากฮามาสโจมตีอิสราเอลในวันที่ 7 ตุลาคม 2566 และนำไปสู่สงครามกวาดล้างฮามาสในฉนวนกาซา และฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดและส่งโดรนโจมตีชายแดนอิสราเอลเป็นประจำและเผชิญการตอบโต้กลับจากอิสราเอลมานานกว่า 1 ปีแล้ว แต่อิสราเอลโหมโจมตีฮิซบอลเลาะห์หนักขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนเป็นต้นมา
กระทรวงสาธารณสุขเลบานอน รายงานว่า มีประชาชนเสียชีวิต 51 ราย และบาดเจ็บ 174 ราย จากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลทั่วเลบานอนในวันอาทิตย์