ข้อมูลของ WHO จนถึงสัปดาห์ที่แล้ว ระบุว่า มีรายงานพบผู้ป่วยฝีดาษลิงใน 13 ประเทศทั่วทวีปอเมริกาในปีนี้ อาร์เจนตินาพบผู้ติดเชื้อแล้ว 8 ราย ซึ่งไม่มีใครติดเชื้อสายพันธุ์ เคลด 1บี (clade Ib) ซึ่งเป็นชนิดกลายพันธุ์ แพร่ระบาดได้ง่ายกว่า และมีความรุนแรงกว่าด้วย
ขณะเดียวกันเกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันอังคารว่า จัดให้โรคเอ็มพ็อกซ์อยู่ในกลุ่มโรคติดต่อที่จำเป็นต้องมีการตรวจคัดกรองที่จุดผ่านแดน โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม ผู้โดยสารที่บินจากชาติแอฟริกา 8 ประเทศ จะต้องรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ หากมีอาการป่วยของโรคเอ็มพ็อกซ์
อย่างไรก็ตามฮันส์ คลูจ ผู้อำนวยการ WHO ประจำยุโรป แถลงเมื่อวันอังคารว่า โรคเอ็มพ็อกซ์จะไม่ระบาดใหญ่ทั่วโลกเหมือนโควิด ในขณะที่มีความจำเป็นต้องวิจัยค้นคว้ามากขึ้นเกี่ยวกับสายพันธุ์ เคลด 1บี แต่เราก็รู้วิธีควบคุมการระบาด และต้องร่วมมือกันทั้งในระดับภูมิภาคและทวีปเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด
ตลอดกว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยฝีดาษลิงเกือบ 1,400 ราย ทั่วแอฟริกา ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อในทวีปนี้เพิ่มเป็นเกือบ 19,000 รายในปีนี้ เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเกือบ 8 เดือนแรกของปีที่แล้ว และการระบาดรอบนี้คร่าชีวิตกว่า 500 รายแล้ว โดยผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในสาธารณัฐประชาธิปไตยคองโก สาธารณสุขในแอฟริกากำลังประสานงานกับชาติอื่น ๆ เพื่อจัดหาวัคซีนป้องกันโรคเนื่องจากประสบปัญหาขาดแคลนจำนวนมาก