เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ปี 2532 เมื่อหลิวเฮียงฉิง บรรณาธิการภาพของ AP ในปักกิ่ง ขอให้ไวด์เนอร์ ช่วยถ่ายภาพทหารจีนจากโรงแรมปักกิ่ง ที่เคยเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของ
จตุรัสเทียนอันเหมิน ซึ่งไวด์เนอร์พึ่งเดินทางจากสำนักงานในกรุงเทพฯ ได้หนึ่งสัปดาห์ เขาใช้วิธีการซ่อนอุปกรณ์กล้องไว้ในเสื้อแจ็คเก็ต มีเลนส์ยาว 400 ม.ม. อยู่ในกระเป๋าข้างหนึ่ง เลนส์ยาวเป็นสองเท่าอยู่อีกกระเป๋าหนึ่ง ฟิล์มถูกซ่อนในกางเกงชั้นใน ส่วนตัวกล้องอยู่ในกระเป๋าหลัง และเล็ดรอดเข้าไปในโรงแรม
ที่โรงแรมมีนักข่าวคนอื่นๆ ปักหลักอยู่เช่นกัน รวมทั้งของ CNN ที่รายงานสด และในวันนั้นก็ได้ภาพประวัติศาสตร์ เมื่อชายคนหนึ่งเดินไปยืนโบกถุงอยู่หน้าขบวนรถถัง ทหารพยายาม ทำให้กลัวด้วยการยิงปืนขึ้นไปเหนือศีรษะของเขา ภาพที่เหลือเชื่อคือ รถถังหยุด และพยายามจะอ้อมชายคนนั้น เขาเคลื่อนตัวตามและขวางมัน มีช่วงที่เขาปีนขึ้นไปเพื่อพูดคุยกับทหารที่อยู่ข้างในด้วย
การเข้าไปบันทึกภาพว่าเสี่ยงแล้ว การลักลอบนำออกมายิ่งเสียงกว่า ฟิล์มทั้งหมดถูกซ่อนไว้ในกางเกงชั้นใน เพื่อเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก ส่วนของ CNN ที่บันทึกเป็นวิดีโอ ไม่สามารถส่งทางอีเมล เพราะตอนนั้นยังไม่สามารถรองรับไฟล์ขนาดใหญ่ ทำให้ต้องใช้อุปกรณ์ที่เป็นตัวช่วยที่เรียกว่า "กิซโม่" ซึ่งเป็นต้นแบบที่ Sony ที่ให้ทดลองใช้ โดยใช้เวลาสแกนหนึ่งชั่วโมง และส่งผ่าน "สายโทรศัพท์" พวกเขายังทำก็อปปี้ และส่งไปที่สนามบิน ฝากให้นักท่องเที่ยวคนหนึ่งนำไปฮ่องกง ที่ตอนนั้นยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ แม้จะมีภาพ "Tank Manฎ จากหลายสำนัก แต่ที่นิยมที่สุด คือ ภาพที่ไวด์เนอร์เป็นคนถ่าย และทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prize) ในปีเดียวกัน