ทำเนียบขาวของสหรัฐฯประกาศว่า ปฏิบัติการตอบโต้ด้วยการโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านในอิรักและซีเรีย ซึ่งกินเวลาประมาณ 30 นาที ประสบความสำเร็จแล้ว แต่มีรายละเอียดเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับความเสียหายและการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บในพื้นที่ มีเพียงข้อมูลที่ระบุว่าเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ โดยมีเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 ของกองทัพอากาศเป็นยุทโธปกรณ์สำคัญ
โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้คือการโจมตีสถานที่ 4 แห่งในซีเรียและ 3 แห่งในอิรัก หนึ่งในนั้นคือเมืองอัลกออิม ที่สหรัฐฯเชื่อว่าเป็นที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และเชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีในจอร์แดน ที่ทำให้มีทหารของสหรัฐเสียชิวิตอย่างน้อย 3 นาย รวมถึงการโจมตีกองกำลังสหรัฐฯในตะวันออกกลางมากกว่า 165 ครั้งโดยกลุ่มตัวแทนอิหร่านหลายกลุ่ม นับตั้งแต่สหรัฐฯแสดงจุดยืนสนับสนุนอิสราเอลเพื่อทำสงครามกับกลุ่มฮามาสที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่านเช่นกัน
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าฝ่ายบริหารในรัฐบาลของเขาจะไม่ยอมทนต่ออันตรายใดๆที่เกิดขึ้นกับชาวอเมริกัน ส่วนลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ให้คำมั่นว่าการโจมตีครั้งล่าสุดนี้เป็นเพียง "จุดเริ่มต้น" ของการตอบโต้ ที่จะยังดำเนินต่อไปในสถานที่และเวลาที่สหรัฐเป็นผู้กำหนด
จอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติกล่าวว่า สหรัฐฯ ได้แจ้งให้รัฐบาลอิรักทราบถึงแผนการของตนก่อนที่จะดำเนินการโจมตีดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯยังไม่มีแผนที่จะโจมตีอิหร่านโดยตรง เพราะอาจก่อให้เกิดสงครามที่ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้