กองทัพอิสราเอลเสนอตัวว่าจะช่วยอพยพ 'เด็กทารก' ออกจากโรงพยาบาลอัลชีฟา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซา ซึ่งเจ้าหน้าที่ของทางการปาเลสไตน์เพิ่งจะเปิดเผยว่ามี 'เด็กทารก' เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย จากการที่โรงพยาบาลไม่มีไฟฟ้าใช้สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ และมี 'เด็กทารก' อีกหลายสิบคนที่อาจจะเสียชีวิตเพิ่ม หากอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีฉนวนกาซาต่อไป ซึ่งทางการของปาเลสไตน์บอกว่า การอพยพ 'ทารก' หรือผู้ป่วยที่อยู่ในแผนกไอซียูออกจากโรงพยาบาลเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีอุปกรณ์ขนย้ายที่เพียงพอ และโรงพยาบาลที่อื่นก็ไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วยจากที่อื่น
แม้ทางการอิสราเอลจะเสนอตัวช่วยอพยพเด็กทารกออกจากโรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งตามรายงาน ระบุว่า ยังมีเด็กทารกอยู่ที่โรงพยาบาลอีก 45 คน แต่ทางอิสราเอลก็ไม่ได้เปิดเผยว่าจะอพยพด้วยวิธีการอย่างไร หรือจะพาไปอยู่ที่โรงพยาบาลไหนที่ปลอดภัยกว่า แต่ว่าผู้อำนวยการของโรงพยาบาล มูฮัมหมัด อาบู ซัลมิยา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว อัลจาซีรา ว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการป้องกันไม่ให้มีเด็กทารกหรือคนป่วยเสียชีวิตเพิ่ม ถ้าหากอิสราเอลมีวิธีที่จะช่วยอพยพเด็กทารกหรือคนไข้ไปยังที่ปลอดภัยกว่า เขาก็รู้สึกยินดี
โดยขณะนี้ ที่โรงพยาบาลไม่มีออกซิเจน ไม่มีน้ำ ไม่มีพลังงาน เหลือในการดูแลคนไข้แล้ว หากเด็กทารกและผู้ป่วยยังคงอยู่ที่โรงพยาบาลนี้ต่อไป ก็มีแต่จะเสี่ยงชีวิตมากขึ้น
อิสราเอลได้เตือนให้ประชาชนที่อยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้หลายพันคน ไม่ว่าจะเป็นคนทั่วไป หมอ พยาบาล หรือคนไข้ให้รีบอพยพลงใต้ เนื่องจากโรงพยาบาลอยู่ในเขตการสู้รบ ซึ่งทางอิสราเอลบอกว่ากลุ่มฮามาส ได้ตั้งกองกำลังการรบไว้รอบๆ โรงพยาบาล เพื่อใช้โรงพยาบาลเป็นโล่ป้องกันการโจมตีจากอิสราเอล
แต่ทางฮามาสบอกว่าไม่เคยใช้โรงพยาบาลและคนไข้เป็นโล่ป้องกันการโจมตีจากอิสราเอล และบอกว่าอิสราเอลต่างหาก ที่เป็นฝ่ายโจมตีโรงพยาบาลโดยไม่สนใจความปลอดภัยของคนไข้ และทำให้คนไข้อพยพออกจากโรงพยาบาลไม่ได้