เนื่องจากอินโดนีเซียผลักดันแนวคิด อาเซียนเป็นศูนย์กลาง : สรรค์สร้างความเจริญ (Asean Matters: Epicentrum of Growth)ในฐานะประธานอาเซียน ซัมมิตครั้งที่ 43 นี้มุ่งวางรากฐานสำหรับวิสัยทัศน์ระยะยาว, ส่งเสริมความยืดหยุ่นในภูมิภาคเพื่อรับมือกับความท้าทายในปัจจุบันและอนาคต, เสริมสร้างความแข็งแกร่งในฐานะศูนย์กลางของการเติบโต และสร้างสันติภาพและความปลอดภัยในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
และในการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 และครั้งสุดท้ายของปีนี้ ผู้นำอาเซียนจะพิจารณาเรื่องแนวทางความร่วมมือฉบับใหม่ของภูมิภาค ซึ่งที่ประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเมื่อวันจันทร์สามารถบรรลุร่างข้อตกลง “ปฏิญญาอาเซียนฉบับที่ 4” (ASEAN Concord IV) เพื่อวางรากฐานของ “วิสัยทัศน์อาเซียน 2045” (ASEAN Vision 2045) ที่จะช่วยเสริมศักยภาพของภูมิภาคในการรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ในอนาคต โดยเรื่องนี้เป็นความคิดริเริ่มของอินโดนีเซีย แต่รายละเอียดของข้อตกลงยังต้องรอการพิจารณาจากระดับผู้นำในการประชุมครั้งนี้
ส่วนวาระร้อนสำหรับซัมมิตครั้งนี้ คือ วิกฤตความรุนแรงหลังรัฐประหารในเมียนมา และการทบทวนแผนสันติภาพ “ฉันทามติ 5 ข้อ” ที่ไร้ความคืบหน้า และเรตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโนดีเซีย กล่าวในการประชุมเมื่อวันจันทร์ด้วยว่า อินโดนีเซียจะพยายามอย่างหนักเพื่อให้อาเซียนสามารถบรรลุแนวทางร่วมกันในการแก้ไขวิกฤตเมียนมา ขณะที่ซัมบรี อับดุล กาดีร์ รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย เรียกร้องให้ใช้มาตรการรุนแรงที่มีประสิทธิภาพกับรัฐบาลทหารเมียนมา ที่สร้างเงื่อนไขและอุปสรรคขัดขวางการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ