พายุทำให้เกิดสตอร์มเซิร์จสูงทำสถิติอีกด้วย โดยระดับน้ำที่อ่าวชาร์ลส์ตันสูงขึ้นกว่า 2.7 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 5 เท่าที่เคยบันทึกไว้ และต่ำกว่าเพียงเล็กน้อยจากระดับน้ำสูงขึ้นในช่วงพายุเฮอร์ริเคน “แมทธิว” พัดถล่มในปี 2559 และพายุเฮอร์ริเคน “เออร์มา” พัดปกคลุมในปี 2560
อิทธิพลของพายุทำให้เกิดฝนตกในพื้นที่ครอบคลุม 960 กม. ตั้งแต่ตอนกลางของรัฐฟลอริดาจนถึงตอนกลางของรัฐนอร์ธแคโรไลนา และกระแสลมแรงกระทบพื้นที่กว่า 480 กม. ในบริเวณดังกล่าว โดยในรัฐฟลอริดาวัดปริมาณฝนได้ 9.4 นิ้วที่เคลียร์วอเตอร์ บีช ของรัฐฟลอริดา และมีลมกระโชกแรงด้วยความเร็วถึง 136 กม./ชม. ที่สนามบินเพอร์รี-โพลีย์ ในเขตเทย์เลอร์
ครัวเรือนและธุรกิจกว่า 600,000 ราย ประสบไฟดับทั้งในรัฐฟลอริดา รัฐจอร์เจีย และรัฐเซาท์แคโรไลนา และจนถึงคืนวันพุธ ยังมีอีกราว 350,000 ราย ยังคงไม่มีฟ้าใช้