ยอดส่งออกจีนเดือน ก.ค. ดิ่ง 14.5% ร่วงหนักสุดในกว่า 3 ปี
08 ส.ค. 2566 | jurairat

ยอดส่งออกของจีนประจำเดือนกรกฎาคม ลดลงมากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยมีปัจจัยจากความต้องการในโลกชะลอตัวลง
ต่างประเทศ
08 ส.ค. 2566 | jurairat

ยอดส่งออกของจีนประจำเดือนกรกฎาคม ลดลงมากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยมีปัจจัยจากความต้องการในโลกชะลอตัวลง
สำนักงานศุลกากรจีน เปิดเผยข้อมูลในวันอังคารว่า มูลค่าการส่งออกของเดือนกรกฎาคม ปรับตัวลดลง 14.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการระบาดของโควิด-19 ที่กระทบต่อการค้าและการผลิต ยอดส่งออกล่าสุดเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 นอกจากนี้มูลค่าการนำเข้าลดลง 12.4%
ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าผลสำรวจของรอยเตอร์ ที่นักวิเคราะห์ คาดว่า ยอดส่งออกของจีนในเดือนกรกฎาคม จะลดลง 12.5% และคาดว่า ยอดนำเข้าจะลดลง 5%
จากข้อมูลของทางการจีน ระบุด้วยว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการส่งออกลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ โดยยอดส่งออกไปสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดรายเดียวของจีน ลดลงถึง 13%
นักวิเคราะห์ คาดว่า มูลค่าการส่งออกของจีนในอีกหลายเดือนข้างหน้ายังคงมีแนวโน้มลดลงอีก เนื่องจากความต้องการสินค้าทั่วโลกลดน้อยลง โดยค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น บวกกับดอกเบี้ยกู้ยืมที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศ ส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค
ขณะนี้มีสัญญาณมากขึ้นว่า จีนจะประสบภาวะเงินฝืด ทำให้จุดชนวนความวิตกว่า จีนอาจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองยืดเยื้อ
นักวิเคราะห์ เรียกร้องให้จีนออกมาตรการที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิผลมากขึ้นเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก และการลดค่าเงินหยวนอาจช่วยให้สินค้าส่งออกของจีนมีความสามารถในการแข่งขันได้มากขึ้น
ในวันนี้ (8 สิงหาคม) ธนาคารประชาชนจีน ซึ่งกำหนดช่วงอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนประจำวัน ได้กำหนดค่ากลางเงินหยวนไว้ที่ 7.1565 หยวนต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงกว่า 7.138 หยวนต่อดอลลาร์เมื่อหนึ่งวันก่อน