svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

เช็กด่วน! ไข้หวัดใหญ่ 2569 ระบาดหนักกลุ่มเด็ก-วัยทำงาน ป่วยสะสมทะลุ 1.3 แสนราย

11 มี.ค. 2569

กรมควบคุมโรคเตือนประชาชนเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ระบาดต่อเนื่อง พบเด็กเล็ก 5-9 ปีป่วยสูงสุด ยอดสะสมต้นปี 2569 พุ่งกว่า 1.3 แสนราย เน้นย้ำกลุ่มเสี่ยงรีบฉีดวัคซีนลดอัตราเสียชีวิต

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่เป็นพิเศษ หลังจากพบแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 9 มีนาคม 2569 มียอดผู้ป่วยสะสมแล้วถึง 137,276 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิต 8 ราย

แม้แนวโน้มสัปดาห์ล่าสุดจะเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ข้อมูลระบุว่ายังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี สะท้อนว่าเชื้อยังคงแพร่กระจายในชุมชนอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะระบาดสูงขึ้นอีกในช่วงกลางปีตามฤดูกาล

กลุ่มอายุที่พบการเจ็บป่วยสูงสุด 3 อันดับแรก

  1. เด็กอายุ 5 – 9 ปี: อัตราป่วยสูงสุด 753.20 ต่อแสนประชากร (26,806 ราย)
  2. เด็กเล็กอายุ 0 – 4 ปี: อัตราป่วย 596.20 ต่อแสนประชากร (16,992 ราย)
  3. เยาวชนอายุ 10 – 14 ปี: อัตราป่วย 534.20 ต่อแสนประชากร (20,812 ราย)

 

สัญญาณอันตราย: ใครคือกลุ่มเสี่ยงเสียชีวิต?

จากข้อมูลผู้เสียชีวิต 8 ราย พบว่าส่วนใหญ่เป็น ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือมะเร็ง ที่สำคัญคือผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ "ไม่มีประวัติการได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่"

อาการที่ต้องสังเกต

โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่แพร่กระจายง่ายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือสัมผัสสารคัดหลั่ง โดยมีอาการเด่นชัดดังนี้

  • ไข้สูงเฉียบพลัน
  • ไอ เจ็บคอ น้ำมูก
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง
  • อ่อนเพลีย
  • กรณีรุนแรง: อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ หายใจลำบาก หรือเหนื่อยหอบ

 

5 วิธีป้องกันตนเองและครอบครัวให้ห่างไกลโรค

กรมควบคุมโรคเน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ดังนี้

  1. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด กับผู้ที่มีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ
  3. สวมหน้ากากอนามัย เมื่อต้องไปในที่สาธารณะหรือสถานที่แออัด
  4. ปิดปากและจมูก ด้วยทิชชูทุกครั้งที่ไอหรือจาม
  5. ฉีดวัคซีนป้องกัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง (เด็กเล็ก, ผู้สูงอายุ, หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว)

 

คำแนะนำเมื่อสงสัยว่าป่วย

หากมีอาการไข้สูงหรือไอ เจ็บคอ ควรหยุดพักผ่อนที่บ้านเพื่อลดการแพร่เชื้อ หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง หรือมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ควรรีบพบแพทย์ทันที หากมีข้อสงสัย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

สรุปตัวเลขสถิติ (1 ม.ค. - 9 มี.ค. 2569)

  • ยอดผู้ป่วยสะสม: 137,276 ราย
  • ผู้เสียชีวิต: 8 ราย (ส่วนใหญ่ไม่ฉีดวัคซีน)
  • อัตราการนอนโรงพยาบาล: ร้อยละ 10.96 (15,041 ราย)
  • จังหวัดพื้นที่สีแดง (อัตราป่วยสูงสุด): พะเยา, ลำปาง, พิษณุโลก, เชียงใหม่ และอุบลราชธานี