หลายเสียงเห็นแย้ง อย่าเพิ่งด่วนสรุป สะพัดเผาหวังงบ!
แต่ก็มีแหล่งข่าวบางรายแย้งว่า แม้นายก อปท.เหล่านี้ จะอยู่ในค่ายภูมิใจไทยก็จริง แต่ก็เป็นการแสดงตัวในช่วงของการเลือกตั้งใหญ่ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเท่านั้น (เลือกตั้ง สส. 8 ก.พ. 69) เพราะแกนนำคนสำคัญที่เป็น “ระดับบิ๊กบอส” ขององค์กรท้องถิ่นในพื้นที่ เช่น นายกเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายก อบจ.ปัตตานี ซึ่งเป็นแกนนำ อปท.ในปัตตานีเกือบทั้งหมด ย้ายค่ายจากพรรคประชาชาติ มาสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งใหญ่เช่นนี้เป็นต้น
แต่หากย้อนกลับไปในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นจริงๆ นายกหลายคน หลาย อปท. ก็ไม่ได้เปิดตัวในนามภูมิใจไทยอย่างชัดเจน เพราะตอนนั้นการเมืองระดับชาติยังไม่แรง ฉะนั้นจึงสรุปยาก และสรุปไม่ได้ทั้งหมดว่า การโจมตีองค์กรปกครองท้องถิ่น เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคม เป็นการล็อกเป้าองค์กรท้องถิ่นของพรรคภูมิใจไทย
ขณะเดียวกัน มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนในกลุ่มเครือข่ายนายก อปท.หลายแห่ง ตั้งข้อสังเกตว่า การมุ่งเป้าทำลายทรัพย์สินของ อปท. อย่างพร้อมเพรียงกัน อาจไม่ใช่เป็นแค่เหตุการณ์ความมั่นคงตามปกติทั้งหมด แต่มีลักษณะคล้ายคลึงกับการ "รวมกลุ่มสร้างสถานการณ์เพื่อเรียกร้องและกดดันของบประมาณ" จากรัฐบาลส่วนกลางหรือไม่
เพราะต้องไม่ลืมว่า เมื่ออาคารสถานที่ หรือทรัพย์สินของท้องถิ่นถูกทำลายเสียหาย ก็ต้องมีการจัดซื้อ หรือหาผู้ประมูลงานเพื่อซ่อมแซม ซึ่งบรรดาผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ ก็ล้วนทำธุรกิจรับเหมา และจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยราชการอยู่แล้ว จึงอาจมีการหาผลประโยชน์ในส่วนนี้ได้เหมือนกัน
“ทวี“ ชี้ปล่อยคนร้ายครึ่งพันเหิมหนัก สะท้อนรัฐอ่อนแอ
ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำคณะเดินทางลงพื้นที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาบางปู หมู่ 3 ต.บางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี และสำนักงานเทศบาลเมืองตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งถูกคนร้ายบุกเข้าไปวางระเบิด จนเกิดเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่และปัญหาในการปฏิบัติงานของรัฐ โดยมีประเด็นสำคัญ คือ ก่อเหตุเป็นขบวนการใหญ่ และก่อเหตุในเวลาเดียวกันกว่า 51 แห่ง แสดงถึงการจัดตั้งอย่างเป็นระบบ คาดว่าอาจมีการใช้กำลังคนเฉลี่ยกว่า 500 คน และหากรวมเหตุการณ์เผายางรถยนต์ อาจมีผู้เกี่ยวข้องสูงถึง 1,000 คน
“การที่ทรัพย์สินทางราชการถูกทำลายและเกิดความเสียหายในวงกว้าง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล และสะท้อนความอ่อนแอของรัฐ”
พ.ต.อ.ทวี ยังได้เสนอแนวทางในการปรับบทบาทการแก้ปัญหาในพื้นที่ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มภารกิจด้านความปลอดภัยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ครอบคลุมถึงการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการจัดการภัยพิบัติ