จากปาก เจ้าของร้านเล้ง ถูกเทหลังคอนเสิร์ตดังจบ ขาดทุนยับ พร้อมหนี้อีก 2 แสน
16 ธ.ค. 2565 | tinakit_rat

เปิดใจ เจ้าของร้านเล้ง ถูกเทหลังคอนเสิร์ตดังจบ ทั้งที่การันตียอดขาย สถานที่ พองานจบดีดออกจากกลุ่มไลน์ ระบุ ขาดทุนยับ พร้อมหนี้อีกกว่า 2 แสน
บันเทิง
16 ธ.ค. 2565 | tinakit_rat

เปิดใจ เจ้าของร้านเล้ง ถูกเทหลังคอนเสิร์ตดังจบ ทั้งที่การันตียอดขาย สถานที่ พองานจบดีดออกจากกลุ่มไลน์ ระบุ ขาดทุนยับ พร้อมหนี้อีกกว่า 2 แสน
16 ธันวาคม 2565 หลังจบคอนเสิร์ตดังที่เขาใหญ่ แต่เรื่องไม่จบ เมื่อมีผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า “เสี่ยต้น คนเดิม” ได้โพสต์แชร์เรื่องราว หลังจากที่ได้ไปขายอาหารภายในงานบิ๊กเมาน์เท่นระบุว่า จบงาน จบชีวิต ไปกับบิ๊กเมาน์เท่น 12 ขาดทุนย่อยยับ เรื่องดังกล่าวกำลังเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวาง
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ตลาดเซฟวัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบกับ นายศุภกร ธนัตชัยการ อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของโพสต์ดังกล่าว และเป็นเจ้าของร้าน “ซุปเปอร์เล้งแซ่บ อร่อยม่อร้อง” กำลังทำการจัดเตรียมร้าน เพื่อที่จะขายให้กับลูกค้าที่มาเดินช้อปปิ้งในตลาดเซฟวันเหมือนปกติทุกวัน
นายศุภกร เปิดใจถึงกรณีการโพสต์เรื่องราวดังกล่าวว่า สาเหตุที่ตนเองโพสต์ เนื่องจากเกิดความอัดอั้นหลังจากขายของในงานบิ๊กเมาน์เท่นเสร็จในคืนสุดท้าย ซึ่งความเป็นมาของเรื่อง คือ ก่อนหน้านี้ได้มีผู้อ้างว่าเป็นทีมจัดงานบิ๊กเมาน์เท่น มาคัดเลือกร้านค้าที่จะไปขายภายในงาน โดยมาสอบถามว่า ร้านของตนสนใจที่จะไปขายในงานนี้หรือไม่ โดยเขาอ้างว่า งานนี้จะมีคนเข้าชมเป็นจำนวนมาก เฉพาะบัตรที่ขายก็หมดไป 9 หมื่นใบในวันแรก และมีบัตรสปอนเซอร์อีก รวมแล้วน่าจะมีคนเข้างานมากกว่า 1 แสนคน
ซึ่งเขาการันตีว่า แต่ละวันต้องมียอดเสิร์ฟไม่ต่ำกว่าวันละ 2,500 เสิร์ฟ รวม 2 วัน รวม 5,000 เสิร์ฟ เมื่อคำนวณแล้วว่า ต้องใช้เล้งกระดูกหมู หนัก 1 ตัน พริกธรรมดา 70 กก. พริกขี้หนูสวน 30 กก. และวัตถุดิบต่างๆ อีกรวมมูลค่าประมาณ 1 แสนบาท ซึ่งตนเองก็ถามว่ามีที่นั่งให้ลูกค้ารับประทานหรือไม่ ทางผู้จัดก็บอกว่ามีซุ้มกองฟางให้นั่ง
ด้วยความที่ผู้จัดงานเป็นบริษัทค่ายเพลงใหญ่ มีชื่อเสียง และมีการการันตีจำนวนลูกค้าให้เช่นนี้ จึงทำให้ตนเองตัดสินใจโอนเงินค่ามัดจำไปให้ 50,000 บาท แต่พอวันงานเห็นซุ้มกองฟางเล็ก ไม่น่าจะรองรับลูกค้าได้มากตามที่เขาการันตีไว้ เมื่อเปิดขายวันแรก ปรากฏว่าขายไม่ได้เลย เพราะลูกค้าไม่มีที่นั่ง ทำให้วันต่อมาตนต้องมีการเปลี่ยนไปทำผัดกระเพราเล้งใส่กล่องขาย เพื่อให้ลูกค้าสามารถถือเดินไปรับประทานได้ แต่ก็ขายได้ไม่มากนัก
“การบริหารจัดการของผู้จัดงานเละเทะมาก แม้แต่น้ำเปล่า และน้ำแข็งที่ตนเองต้องเอามาแช่วัตถุดิบ ก็ไม่สามารถนำมาส่งให้ได้ เพราะเขาไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้ามาภายในบริเวณงานเลย คนส่งน้ำ ส่งน้ำแข็ง ต้องใช้รถเข็นส่งแทน ซึ่งร้านมีอยู่จำนวนมากกว่า 120 ร้าน และตั้งอยู่ห่างไกลมาก กว่าร้านน้ำแข็งจะส่งให้ครบทุกร้าน ก็ทำให้ของสดมีกลิ่นแล้ว กว่าจะมีน้ำ เตรียมอุปกรณ์ต้มเล้งได้ ก็ช่วงกลางคืนแล้วคนก็ไม่นั่งกินเตรียมไปดูดนตรีกันแล้ว”
ก่อนไปขายของ ตนเองต้องไปกู้เงินบัตรเครดิต นำทองไปจำนำ เพื่อจ่ายค่าเช่าที่ ค่าวัตถุดิบ ค่าคนงาน รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ลงทุนไปกว่า 2 แสนบาท แต่พอขายวันสุดท้าย มานับเงินได้เพียง 4 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น เป็นอันว่าขาดทุนย่อยยับ และที่สำคัญหลังเสร็จงาน ผู้จัดงานยังดีดพ่อค้า แม่ค้าที่ไปขายในงาน ออกจากกลุ่มไลน์หมดทุกคน โดยที่ยังไม่คืนเงินค่ามัดจำจำนวน 5,000 บาท ให้กับพ่อค้าแม่ค้าเลย จึงได้เกิดความอัดอั้นตันใจและออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวดังกล่าว
ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ รายงานจากจ.นครราชสีมา