แน่นอนว่า René พยายามดันเซลีนในทุกทาง ทั้งการออกซิงเกิ้ลและแสดงสดไลฟ์โชว์ต่างๆ มากมาย ซึ่งความสามารถในการร้องเพลงที่เหนือชั้นของเซลีนทำให้เธอดังอย่างรวดเร็วในแคนาดา โดยเพลงของเธอทำยอดขายได้ถึงระดับ Gold และขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ตได้แบบไม่ยากเย็น ทั้งยังได้รับรางวัลอีกมากมาย จนมาถึงวันหนึ่งในช่วงอายุ 18 ปี เธอได้มีโอกาสไปดูคอนเสิร์ตของ Michael Jackson และความประทับใจในครั้งนั้นทำให้เธอบอกกับทาง René ว่า “ฉันอยากจะเป็นเหมือนเขา” ซึ่งตรงนี้เอง คือจุดเริ่มต้น...ก่อนที่ชื่อของเธอจะโด่งดังไปทั่วโลก!!
ในช่วงปี 1989 เธอได้พยายามไปพัฒนาภาษาอังกฤษและเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อที่จะเริ่มตีตลาดในสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นประมาณ 2 ปี เซลีนก็เดินสายทำงานผลงานทันที ซึ่งหนึ่งในโปรดิวเซอร์ที่เธอเริ่มทำเพลงด้วยคือ ‘David Foster’ และได้ปล่อยเพลงฮิตติด Top 10 ออกมาในปี 1991 ไม่ว่าจะเป็น Where Does My Heart Beat Now หรือ Beauty and the Beast ที่ทำเปิดประตูให้เธอเข้างวงการเพลงในอเมริกาอย่างเต็มตัว แต่ความดังของเธอไม่ได้หยุดแค่เพียงเท่านั้น
ในปี 1996 ความดังของเธอก็เริ่มฉุดไม่อยู่ เพราะการปล่อย Because You Loved Me, All By Myself และ ที่คนไทยทุกคนต้องเคยฟังผ่านหูกันมาบ้างคือ My Heart Will Go On ทำยอดขายได้กว่า 18 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก ชนะทั้งรางวัล Grammy Awards และ Golden Globe รวมไปถึงการขึ้นอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ได้นานถึง 2 สัปดาห์
เมื่อพูดถึง Celine Dion แน่นอนว่าเพลงที่ขึ้นมาในหัวเพลงแรกเลยคือ ‘My Heart Will Go On’ เพราะด้วยการเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง ‘Titanic’ และตัวเพลงที่ปราณีตทั้งดนตรีและการร้องตั้งแต่คีย์แรกยันคีย์สุดท้าย แต่สิ่งหนึ่งที่อยากแชร์และหลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนคือ เซลีนเคยรู้สึกว่าเธอไม่ได้อยากจะเรกคอร์ดนี้
หากจะไม่เอ่ยถึง เพลงประกอบอนิเมชันและภาพยนตร์อย่าง Beauty And The Beast และ Because You Loved Me ที่ค่อนข้างจะประสบความสำเร็จ เลยทำให้เซลีนคิดว่า ‘My Heart Will Go On’ น่าจะเป็นเพลงลัคกี้ของเธอและเปลี่ยนใจมาบันทึกเสียง ซึ่งแน่นอนว่าเธอคิดถูกมากๆ เพราะตัวเพลงสามารถทำยอดขายได้หลายล้านก็อปปี้ อีกทั้งยังได้รางวัล Grammy Awards ในสาขาใหญ่อย่าง Record Of The Year อีกด้วย เป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดตลอดกาลของวงการเพลงเลยทีเดียวและยืนอันดับเพลงฮิตในใจผู้คนมายาวนานทุกเพศทุกวัย
ที่สุดในตำนาน : It’s All Coming Back To Me Now
สื่อและนักวิจารณ์เพลงต่างลงความเห็นกันเป็นเสียงเดียวว่า ‘It’s All Coming Back To Me Now’ เป็นเพลงบัลลาดที่ดีที่สุดตลอดกาล ถึงแม้ว่าเวอร์ชันของเซลีนจะไม่ใช่เวอร์ชันออริจินอล แต่ด้วยเสียงอันทรงพลังของเซลีนทำให้เพลงนี้ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ส่วนทางด้านดนตรีเองก็น่าสนใจครับ เพราะช่วงพีคของเพลงจะเป็น Rock แต่ทาง Jim Steinman ได้มีการผ่อนความหนักเบาด้วยการแซม Popsoft เข้าไปด้วยเสียงเปียโนที่คลอไปกับเสียงของเซลีนแบบเพอร์เฟค ถือเป็นผลงานคุณภาพของเซลีนอีกผลงานหนึ่งที่มีความ Timeless และ Classic ไม่ว่าจะฟังในยุคไหนก็เพราะจับใจสุด ๆ
ทีมข่าวเนชั่นออนไลน์ ขอส่งความห่วงใยไปถึง “เซลีน ดิออน” (Celine Dion) ศิลปินสาวน้ำเสียงทรงพลังผู้มอบความสุขในวงการมานาน และแฟนๆ จดจำเธอจากหลากหลายผลงานเพลงรักสุดฮิต ซึ่งก็รวมไปถึงบทเพลงสุดประทับใจคนทั้งโลก My Heart Will Go On ประกอบหนัง Titanic หนึ่งในซิงเกิลที่ขายดีที่สุดตลอดกาล