svasdssvasds
เนชั่นทีวี

บันเทิง

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

10 ธันวาคม 2565
เกาะติดข่าวสาร >> NationTV
logoline

ข่าวช็อกหัวใจแฟนเพลงทั่วโลก! “เซลีน ดิออน” เจ้าของเพลงฮิต “My Heart Will Go On” ประกาศยกเลิกทัวร์คอนเสิร์ต และเลื่อนบางส่วนเป็นปี 2567 หลังป่วยเป็น “โรคคนแข็ง” หรือ “SPS” (Stiff Person Syndrome) ที่แพทย์เผยมีโอกาสพบเพียง 1 ในล้าน

เมื่อค่ำคืนวันที่ 8 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศไทย) “เซลีน ดิออน” นักร้องดีว่าตัวแม่ของโลก ได้ประกาศผ่านทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของเธอว่า จำเป็นต้องยกเลิกทัวร์คอนเสิร์ตช่วงซัมเมอร์ในปีหน้าทั้งหมด และเลื่อนคอนเสิร์ตช่วงสปริง 2566 ไปเป็นปี 2567 แทน เนื่องด้วยปัญหาสุขภาพที่เธอพบเจอมาอย่างยาวนานกับ “โรคคนแข็ง” หรือ “SPS” (Stiff Person Syndrome) โรคหายากที่มีโอกาสพบเพียง 1 ในล้าน

 

 

ด้วยอาการกล้ามเนื้อกระตุกของดิออนส่งผลให้เธอใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบาก และจำเป็นต้องยกเลิกทัวร์คอนเสิร์ตในสหราชอาณาจักรและยุโรปในปีหน้าทั้งหมดเพื่อเข้ารับการรักษา โดยบางช่วงของวิดีโอ นักร้องชื่อดังกล่าวว่า 

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

“ฉันมีปัญหาสุขภาพมานานแล้ว แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะบอกทุกคนว่าฉันกำลังเผชิญอะไรอยู่ เมื่อเร็ว ๆ นี้ฉันพึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคทางระบบประสาทที่เรียกว่า โรคคนแข็ง ซึ่งพบได้เพียง 1 ในล้านคนเท่านั้น และเรายังคงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับโรคนี้ต่อไป แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายของฉันเกิดอาการกระตุก มันส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของฉันอย่างมาก บางครั้งทำให้ฉันเดินลำบาก และไม่สามารถร้องเพลงได้ในแบบที่ฉันคุ้นเคย”

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

ดิออน เปิดเผยว่า ขณะนี้เธออยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ชั้นนำ แต่เธอยังคงคิดถึงการร้องเพลง

“สิ่งเดียวที่ฉันรู้คือฉันรักการร้องเพลง มันเป็นสิ่งที่ฉันทำมาตลอดชีวิต และเป็นสิ่งที่ฉันชอบทำมากที่สุด ฉันคิดถึงคุณ (ผู้ชม) มาก ฉันอยากไปแสดงคอนเสิร์ตให้ทุกคนได้ชมมาก แต่ตอนนี้ฉันไม่สามารถทำได้จริง ๆ” ดิออนกล่าวผ่านคลิปวิดีโอทั้งน้ำตา 

ในแถลงนั้น “เซลีน ดิออน” บอกว่า อยากจะกลับมาเจอกับแฟนๆ โดยเร็ว แต่ก็คงต้องอดทนและทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เธอรู้สึกเป็นปลื้มอย่างที่สุดกับทุกข้อความและกำลังใจที่ได้รับจากแฟนๆ ทั่วโลก 

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

ฟังดูแล้วก็เหมือนจะเป็นข้อการแจ้งข่าวไม่สบายตามปกติ แต่ด้วยความซูบผอมลงอย่างมาก ที่ปรากฎเห็นได้ชัดเจนในระยะหลังของศิลปินรุ่นใหญ่คนนี้ ที่เดิมทีเธอเป็นคนรูปร่างบอบบางอยู่แล้ว ยิ่งทำให้แฟนๆ ทั่วโลกยิ่งเป็นกังวลมากขึ้นเช่นกัน ด้วยความรักและความห่วงใยต่อศิลปินผู้เป็นแรงบันดาลใจ  

 

โดยนับแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมา ปัญหาสุขภาพทำให้ “เซลีน ดิออน” ต้องเลื่อนโชว์ที่ลาสเวกัส และล่าสุดกับโชว์ในอเมริกาเหนือที่กำลังจะเปิดฉากช่วงต้นเดือนมีนาคมไปจนถึงปลายเดือนเมษายนก็ต้องประกาศยกเลิก ส่วนจะกระทบกับการทัวร์ยุโรปในเดือนพฤษภาคมนี้หรือไม่ แฟนๆ คงต้องรอติดตามกัน ส่วนในประเทศไทยเรา เธอคนนี้เคยลัดฟ้ามาเปิดโชว์ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังและความประทับใจเมื่อปี 2018 

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

“เซลีน ดิออน”นักร้องชื่อดังชาวแคนาดา อายุ 54 ปี ได้ออกมาโพสต์ข้อความบนอินสตราแกรม กล่าวถึง อาการป่วยล่าสุดที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นโรคทางประสาทที่หายาก เรียกว่า กลุ่มอาการคนแข็ง หรือ โรคคนแข็ง  SPS : Stiff-person syndrome 

 

เซลีน ดิออน โพสต์อินสตราแกรม ชี้แจงเพียวว่า 

คอนเสิร์ต “Courage World Tour” ของเธอต้องเลื่อนออกไปจากฤดูใบไม้ผลิปี 2023 เป็นปี 2024

โรคดังกล่าวนั้น เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโจมตีร่างกายตัวเอง ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหดตัว และแข็งตัวโดยควบคุมไม่ได้ จนแสดงออกมาเป็นการกระตุกทำให้ต้องตัดสินใจเลื่อนตารางการทัวร์คอนเสิร์ตในทวีปยุโรปออกไปทั้งนี้ บนโลกโซเชียลได้มีการส่งข้อความให้กำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” อย่างมากมาย ภายหลังที่ออกมาเปิดเผยในไอจีว่า กำลังป่วยด้วย

ก่อนหน้านี้ อาการกล้ามเนื้อกระตุกของดิออน ทำให้เธอต้องรักษาตัวในบ้านพักที่ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐ นับตั้งแต่ ต.ค. 2021 อย่างไรก็ตาม ดิออนยังไม่ได้เปิดเผยการวินิจฉัยต่อสาธารณชนจนถึงตอนนี้

 

แพทย์เผยโอกาสพบโรคนี้ 1 ในล้านคน!!

‘เซลีน ดิออน’ Celine Dion ผ่ายผอม แจ้งยกเลิกทัวร์อเมริกาทั้งหมด

ข้อมูลของมูลนิธิวิจัยโรคคนแข็ง (Stiff Person Syndrome Research Foundation) ระบุว่า โรคคนแข็งเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบไม่บ่อย โดยอาจมีอาการต่าง ๆ เช่น กล้ามเนื้อกระตุก กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง ปวดเรื้อรัง และส่งผลให้ผู้ป่วยมีความวิตกกังวลมากขึ้น ซึ่งอาการกล้ามเนื้อกระตุก อาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ “ข้อต่อหลุด” และ “กระดูกหัก” ได้ 

เนื่องด้วยโรคคนแข็งนั้นสามารถเกิดได้แบบตลอดเวลา โดยไม่มีสัญญาณบอกล่วงหน้า หากอาการเกิดในช่วงที่ทำกิจการต่าง ๆ อยู่ ไม่ว่าจะเป็นตอนเดินหรือทำงาน อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยมักเกิดบริเวณกล้ามเนื้อลำคอ และแขน ขา 

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

ผู้ป่วยอาการนี้จะไวต่อการรับรู้สิ่งเร้า เช่น เสียงรบกวน การสัมผัส และความทุกข์ที่มีอารมณ์ ซึ่งล้วนแต่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการทำให้ผู้ป่วยไม่อยากจะออกไปทำกิจกรรมอะไร เพราะกลัวเสียงรบกวนและอาการกำเริบขณะทำกิจกรรม

โดยสถาบันโรคทางระบบประสาทและโรคหลอดเลือดสมองแห่งชาติสหรัฐ หรือ NINDS ระบุว่า ผู้ป่วยอาจสูญเสียปฏิกิริยาตอบสนองตามปกติในป้องกันตัวเองจากการล้ม ซึ่งอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้ และอาจจะรุนแรงถึงขั้นพิการ จนต้องนั่งรถเข็นหรือป่วยติดเตียง ไม่สามารถทำงานและดูแลตัวเองได้ดังเดิม

ไม่ทราบสาเหตุ-ไม่มีวิธีรักษาหายขาด
อย่างไรก็ตาม NINDS ยอมรับว่า นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบถึงสาเหตุการเกิดโรคคนแข็งที่แน่ชัด แต่การวิจัยระบุว่าเป็นผลมาจากการตอบสนองของภูมิต้านทานผิดปกติในสมองและไขสันหลัง ซึ่งสามารถพบได้ 1 ในล้านคน และพบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

ขณะที่ข้อมูลอีกฟากฝั่ง มูลนิธิวิจัยโรคคนแข็ง เปิดเผยว่า ต้องใช้เวลาในการวินิจฉัยโรคนี้โดยเฉลี่ย 5-7 ปี เนื่องจากในช่วงแรกโรคนี้มักถูกวินิจฉัยผิดว่าเป็นโรคพาร์กินสัน โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง โรคไฟโบรไมอัลเจีย โรคทางจิต หรือโรควิตกกังวลและความหวาดกลัว โดยการวินิจฉัยเพื่อยืนยันโรคนี้ได้คือ การตรวจเลือดเพื่อวัดระดับแอนติบอดีของกรดกลูตามิกดีคาร์บอกซิเลส

สอดคล้องกับอาการของดิออนที่มีมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว เธอจำเป็นต้องประกาศเลื่อนการแสดงในลาสเวกัสของสหรัฐ โดยแถลงการณ์ระบุว่า “ดิออนมีอาการกล้ามเนื้อกระตุกอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เธอไม่สามารถแสดงคอนเสิร์ตได้ ทีมแพทย์ของเธอยังคงประเมินและรักษาเธอต่อไป”

เมื่อ ม.ค. ที่ผ่านมา ดิออนยกเลิกการแสดงในอเมริกาเหนือที่ค้างมาตั้งแต่ช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิดเนื่องจากเธอต้องใช้เวลาพักฟื้นจากการรักษาอาการกล้ามเนื้อกระตุกนานกว่าที่คาดไว้ โดยดิออนกล่าวว่า

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

 

“ฉันหวังจริง ๆ ว่าตัวเองจะไปได้ดีในตอนนี้ แต่คิดว่าฉันแค่ต้องอดทนให้มากขึ้น และทำแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด”

 

โรคคนแข็ง นี้ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด แต่มีวิธีบรรเทาอาการให้ทุเลาและใช้ชีวิตได้ปรกติ ข้อมูลของ มูลนิธิวิจัยโรคคนแข็ง และ NINDS ระบุว่า ในตอนนี้สามารถรักษาได้ด้วยการให้ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาต้านอาการชัก รวมถึงรักษาด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัด ตลอดจนโยคะ การนวดบำบัด การฝังเข็ม และการบำบัดด้วยความร้อน อาจช่วยจัดการกับอาการกระตุกของกล้ามเนื้อและความเจ็บปวดได้เช่นกัน

ดิออน ได้กล่าวในช่วงท้ายของวิดีโอว่า

“ในทุกวัน ฉันให้ความร่วมมือกับนักกายภาพบำบัดโรคเวชศาสตร์การกีฬา เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง สามารถกลับมาแสดงอีกครั้ง”

ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยการขอบคุณแฟน ๆ สำหรับการสนับสนุน และย้ำว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากให้ความสำคัญกับสุขภาพของเธอในตอนนี้ และหวังที่จะรักษาให้หายดีได้ในเร็ววัน

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

ประวัติของ Celine Dion (เซลีน ดิออน)

จะชวนนักฟังเพลง ย้อนกลับไปในยุค 80 หรือยุค 90 ต้น ๆ รสนิยมการฟังเพลงของคนในยุคนั้นจะมีความเป็น Pop หรือ Disco คลาสสิกที่ดนตรีจะไม่ดัดแปลงอะไรมากมาย อีกทั้งนักร้องที่มีชื่อเสียงในช่วงนั้นก็จะมีเสียงอันโดดเด่นและฮิตโน้ตกันชนิดที่ปอดแทบจะแตก หรือศัพท์ในวงการเพลงจะเรียกว่า ‘Diva’ ซึ่งนักร้องที่รู้จักกันในยุคนั้นก็จะมี Whitney Huston, Mariah Carey และที่ดังแบบฉุดไม่อยู่คือ ‘Celine Dion’ เพราะด้วยสำเนียงแคนาเดียนอันเป็นเอกลักษณ์, เทคนิคการร้องที่โดดเด่น และการฮิตโน้ตแบบทะลุจักรวาลที่มีไม่กี่คนในวงการเพลงโลกสามารถทำได้ ดังนั้นวันนี้ผมจึงถือโอกาสมาบอกเล่าเรื่องราวประวัติอันน่าสนใจและผลงานเพลงอันโดดเด่นที่ยังคงเป็นตำนานจวบจนถึงวันนี้

ถึงแม้ว่าหลายคนจะรู้จัก "เซลีน" ในฐานะนักร้องที่โดดดังในสหรัฐอเมริกาและมีชื่อเสียงระดับโลก แต่จริง ๆ แล้วเซลีนได้เกิดและเติบโตในรัฐเกแบ็ก ประเทศแคนาดา โดยถึงแม้ครอบครัวของเธอจะไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย แต่ด้วยความอบอุ่นและอยู่ในครอบครัวที่ชื่นชอบดนตรี ทำให้เธอได้มีโอกาสในการร้องเพลงตั้งแต่เด็กร่วมกับพี่น้องตามงานแต่งและบาร์ต่าง ๆ ซึ่งเหตุนี้ละครับที่ทำให้เธอมีแรงบันดาลใจในการเป็นนักร้องตั้งแต่อายุ 5 ขวบ

"เซลีน" เธอรู้ว่าความฝันของตัวเองคืออะไร

เธอก็เริ่มออกจากบ้านเพื่อทำความความฝันให้เป็นจริงและหาประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง จนในช่วงที่เธออายุ 12 ปี เซลีนได้มีการร่วมงานกับคุณแม่และพี่ชาย ในการแต่งเพลงที่ชื่อว่า ‘Ce n’était qu’un rêve’ เมื่อผลงานเสร็จแล้วเรียบร้อย ทุกคนในครอบครัวค่อนข้างประทับใจมาก จนพี่ชายของเซลีนตัดสินใจส่งผลงานให้กับผู้จัดการอย่าง René Angélil (สามีของ Celine) และเมื่อทาง René ได้ฟังเพลงนี้เขาถึงกับร้องไห้ออกมา ทั้งยังมั่นใจอีกว่ายังไงเซลีนก็จะเป็นซุปสตาร์ในอนาคต

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

แน่นอนว่า René พยายามดันเซลีนในทุกทาง ทั้งการออกซิงเกิ้ลและแสดงสดไลฟ์โชว์ต่างๆ มากมาย ซึ่งความสามารถในการร้องเพลงที่เหนือชั้นของเซลีนทำให้เธอดังอย่างรวดเร็วในแคนาดา โดยเพลงของเธอทำยอดขายได้ถึงระดับ Gold และขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ตได้แบบไม่ยากเย็น ทั้งยังได้รับรางวัลอีกมากมาย จนมาถึงวันหนึ่งในช่วงอายุ 18 ปี เธอได้มีโอกาสไปดูคอนเสิร์ตของ Michael Jackson และความประทับใจในครั้งนั้นทำให้เธอบอกกับทาง René ว่า “ฉันอยากจะเป็นเหมือนเขา” ซึ่งตรงนี้เอง คือจุดเริ่มต้น...ก่อนที่ชื่อของเธอจะโด่งดังไปทั่วโลก!!

ในช่วงปี 1989 เธอได้พยายามไปพัฒนาภาษาอังกฤษและเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อที่จะเริ่มตีตลาดในสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นประมาณ 2 ปี เซลีนก็เดินสายทำงานผลงานทันที ซึ่งหนึ่งในโปรดิวเซอร์ที่เธอเริ่มทำเพลงด้วยคือ ‘David Foster’ และได้ปล่อยเพลงฮิตติด Top 10 ออกมาในปี 1991 ไม่ว่าจะเป็น Where Does My Heart Beat Now หรือ Beauty and the Beast ที่ทำเปิดประตูให้เธอเข้างวงการเพลงในอเมริกาอย่างเต็มตัว แต่ความดังของเธอไม่ได้หยุดแค่เพียงเท่านั้น

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

ในปี 1996 ความดังของเธอก็เริ่มฉุดไม่อยู่ เพราะการปล่อย Because You Loved Me, All By Myself และ ที่คนไทยทุกคนต้องเคยฟังผ่านหูกันมาบ้างคือ My Heart Will Go On ทำยอดขายได้กว่า 18 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก ชนะทั้งรางวัล Grammy Awards และ Golden Globe รวมไปถึงการขึ้นอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ได้นานถึง 2 สัปดาห์

แม้ว่าเพลงนี้จะปล่อยออกมานานกว่า 26 ปีแล้วก็ตาม แต่ทุกคนยังคงสามารถร้องได้และเป็นเพลงซิกเนเจอร์ของเซลีนที่สามารถหากินไปได้แบบชั่วลูกชั่วหลาน ทำให้เธอกลายเป็นดาวค้างฟ้าที่ทุกวันนี้ยังคงมีแฟนคลับซัพพอร์ตเหนียวแน่น และยอมจ่ายเงินหลักพันหลักหมื่นเพื่อชมและฟังเสียงสด ๆ ของเธอในคอนเสิร์ต

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

เมื่อพูดถึง Celine Dion แน่นอนว่าเพลงที่ขึ้นมาในหัวเพลงแรกเลยคือ ‘My Heart Will Go On’ เพราะด้วยการเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง ‘Titanic’ และตัวเพลงที่ปราณีตทั้งดนตรีและการร้องตั้งแต่คีย์แรกยันคีย์สุดท้าย แต่สิ่งหนึ่งที่อยากแชร์และหลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนคือ เซลีนเคยรู้สึกว่าเธอไม่ได้อยากจะเรกคอร์ดนี้

หากจะไม่เอ่ยถึง เพลงประกอบอนิเมชันและภาพยนตร์อย่าง Beauty And The Beast และ Because You Loved Me ที่ค่อนข้างจะประสบความสำเร็จ เลยทำให้เซลีนคิดว่า ‘My Heart Will Go On’ น่าจะเป็นเพลงลัคกี้ของเธอและเปลี่ยนใจมาบันทึกเสียง ซึ่งแน่นอนว่าเธอคิดถูกมากๆ เพราะตัวเพลงสามารถทำยอดขายได้หลายล้านก็อปปี้ อีกทั้งยังได้รางวัล Grammy Awards ในสาขาใหญ่อย่าง Record Of The Year อีกด้วย เป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดตลอดกาลของวงการเพลงเลยทีเดียวและยืนอันดับเพลงฮิตในใจผู้คนมายาวนานทุกเพศทุกวัย 

ที่สุดในตำนาน : It’s All Coming Back To Me Now
สื่อและนักวิจารณ์เพลงต่างลงความเห็นกันเป็นเสียงเดียวว่า ‘It’s All Coming Back To Me Now’ เป็นเพลงบัลลาดที่ดีที่สุดตลอดกาล ถึงแม้ว่าเวอร์ชันของเซลีนจะไม่ใช่เวอร์ชันออริจินอล แต่ด้วยเสียงอันทรงพลังของเซลีนทำให้เพลงนี้ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ส่วนทางด้านดนตรีเองก็น่าสนใจครับ เพราะช่วงพีคของเพลงจะเป็น Rock แต่ทาง Jim Steinman ได้มีการผ่อนความหนักเบาด้วยการแซม Popsoft เข้าไปด้วยเสียงเปียโนที่คลอไปกับเสียงของเซลีนแบบเพอร์เฟค ถือเป็นผลงานคุณภาพของเซลีนอีกผลงานหนึ่งที่มีความ Timeless และ Classic ไม่ว่าจะฟังในยุคไหนก็เพราะจับใจสุด ๆ

ทีมข่าวเนชั่นออนไลน์ ขอส่งความห่วงใยไปถึง “เซลีน ดิออน” (Celine Dion) ศิลปินสาวน้ำเสียงทรงพลังผู้มอบความสุขในวงการมานาน และแฟนๆ จดจำเธอจากหลากหลายผลงานเพลงรักสุดฮิต ซึ่งก็รวมไปถึงบทเพลงสุดประทับใจคนทั้งโลก My Heart Will Go On ประกอบหนัง Titanic หนึ่งในซิงเกิลที่ขายดีที่สุดตลอดกาล 

ส่งกำลังใจให้ “เซลีน ดิออน” หลังเผชิญโรค “คนแข็ง” ที่พบได้ 1 ในล้าน  

ขอขอบคุณที่มา: ABC, BBC, CNN, iHeart Radio, กรุงเทพธุรกิจ 

ภาพจาก: IG celinedion

 
ช่วงเดินสายทัวร์ปี 2018 รวมถึงในไทย (ภาพจาก: Tero Entertainment)

logoline