"ที่พี่ม้าบอกแตะไม่ได้ตบ ส่วนตัวมองว่า ในฐานะคนที่มองว่าโดนตบ เพราะหน้าผมหัน ผมว่าแรง มือแม่ใหญ่กว่าหน้าผมอีก ส่วนที่หัวไหล่ คือแตะ ซึ่งเคลียร์กันแล้วที่เมียงดง และคุยกันว่า เราจะพูดกันตรงๆ แม่ม้าร้องไห้ ทุกอย่างจบเลย เราขอโทษ และให้เรื่องจบที่เรา 2 คน ก็เลยไปกินปูด้วยกันให้มันจบๆ ซึ่งเป็นปูอลาสก้า ซึ่งรูปนั้นผมก็เป็นคนถ่ายให้แม่เอง"
"เหมือนจบ แต่ไม่จบ ข่าวหลุด เพราะผมกลับไปโรงแรม นั่งทบทวนทุกอย่าง เรา 2 คน ต่างทบทวน ซึ่งผมมองว่าเรื่องตบ รับไม่ได้ จากนั้นเลยคุยกับแม่ ตามปกติ แม่ถามว่าเป็นอะไร แม่พยายามถาม เพราะเสียงเราแปลกๆ แม่ผมจับอาการได้ แล้วแม่ไปเอาเรื่องกับพี่ธง ผู้จัดการ ตอนนั้นแม่โกรธมากกว่าเราอีก เพราะเขาไม่เคยตบลูก พอมารู้ก็เลยโกรธ"
"จากนั้น ผมเริ่มติดต่อทนาย แต่ไม่มีทนายคนไหนตอบ จนกระทั่งเจอทนายคนดังกล่าว เลยเริ่มส่งข้อมูลให้ทนาย ซึ่งตอนนั้นแค่ปรึกษา ว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง ซึ่งทนายท่านนั้นบอกละเอียด และตอนนั้นผมยังไม่บอกว่าเป็น ม้า อรนภา"
"ผมเลยไปบอก พี่ธง แต่เขาไม่รับสาย ผมเลยส่งทุกอย่างให้พี่ธงดูว่าผมเจอแบบนี้ เพราะโกรธที่เขาถามว่า มีหลักฐานเหรอ เลยทำให้ผมขึ้น เลยส่งทุกอย่างให้เขาดูว่า ม้า อรนภา ตบหน้าผม จากตอนแรกที่ปรึกษา แต่พอเป็นม้า อรนภา เลยเป็นเรื่องใหญ่"
"ส่วนที่แจ้งความที่เกาหลี ตำรวจเกาหลีถามกลับ คนนี้ชื่ออะไร เลยบอกไม่รู้ ไม่มีอะไรเลย เพราะตำรวจเกาหลีบอกว่า เขาสามารถจับตัวได้เลย ซึ่งผมไม่คิดขนาดนั้น เพราะผมไม่ตาย สิ่งดีที่เขาทำให้ก็มี ผมสงสารเขา เขาแก่แล้ว ถ้าติดคุกที่นั่น ผมแค่รักษาสิทธิ์ ไม่ได้เอาสะใจ ขนาดนั้น จะสั่งสอนด้วยการแจ้งความ แม่ม้าน้ำตาคลอ ตอนเผชิญหน้า วันตัดไหมที่เกาหลี หลังจากที่บล็อกกันไป ที่เงียบ เพราะต้องการพูดทีเดียวให้จบ และยังจะแจ้งความที่ไทย เพื่อให้เป็นบทเรียน ตอนแรกโกรธมาก (ร้องไห้) เจอด่าสารพัด ผมยังใหม่กับวงการนี้"