ปล่อยผ่านทุกดราม่า
“อันไหนเป็นประโยชน์ก็รับมาปรับปรุงครับ ห้ามแตะตัวผู้หญิง ผมไม่คิดอะไรกับผู้หญิงที่ผมกล้าแตะ หรือหลานเด็กๆที่มาร่วมแสดง ผมไม่ได้คิด ผมน้อยใจเวลาเขาเขียนว่าอย่าจับมือผู้หญิง เฮ้ย ฝรั่งจับมือกันต้องได้กันเหรอ ผมไม่ได้คิดอะไรกับใครเลยนะ แต่ถ้าสังคมคิดว่ามันละลาบละล้วงแล้วบวชมาคนถึงคิดก็คงประมาณ 3 เดือน คนถึงลืมเพราะผมยังเผลอเจริญพร โยม เขาก็หลงพระอาจารย์อยู่ ก็เข้าใจครับฉะนั้นอันไหนไม่ดีก็ปรับปรุงแก้ไข”
คอมเมนต์ที่แรงๆจะฟ้องไหม
“ไม่ครับ ไกล่เกลี่ยได้ไกล่เกลี่ยคุยกันได้คุยกันปล่อยผ่านได้ปล่อยผ่าน ผมสนุกนะกับการที่โพสต์แล้วได้กำลังใจ ผมทำงานจนเสียงแหบ ตอนแรกผมสึกผมคิดว่าจะอยู่เงียบๆ ปิดโซเชียลหมดเลยทิ้งโทรศัพท์เพราะผมน่าจะโดนด่าแน่ๆ นั่งคุยกับแม่ ใช้ชีวิตแบบพอเพียง เพราะคิดว่าเราไม่น่าจะมีงานแต่พอออกมานักข่าวไปทำข่าวตั้งแต่วันสึก ผมทำอะไรเป็นประเด็น ผมว่าทุกอย่างเป็นบวก แล้วก็เราปรับได้เมื่อวานก็ติวน้องไพรวัลย์ไปเราอยู่ในโลกของโซเชียล อยู่ในโลกบันเทิง ใช่ เรามีความเป็นตัวเองแต่ว่าเรามาได้เพราะโซเชียลนะ ฉะนั้นผมอยากให้ความสำคัญกับคำเตือนอะไรที่มันมากไปก็ได้ แต่ว่าเราเข้าใจน้องเราว่าสไตล์น้องเราเป็นยังไง บางอย่างที่พวกคุณคิดว่าไม่มีอะไรแต่พวกคุณคิดว่ามี”
ได้มีการคุยอะไรกัน
“คุย เมื่อวานต่อหน้าพี่เป็ด เชิญยิ้ม โน้ต เชิญยิ้ม ผมเป็นคนที่คิดอะไรแล้วอยากจะพูดเลย ผมไม่ชอบเห็นความล้มเหลวของคน ผมจะไม่ดีใจหรือสะใจที่น้องผมโดนด่าหรือผมโดนด่า หรือคนนี้ด้อยค่าคนนี้ ผมว่าวงการบันเทิงเราปล่อยให้หลายคนไม่มีงานจนเป็นโรคซึมเศร้าไม่มีข้าวกิน ลำบากผมไปเจอศิลปินแห่งชาติ อยู่พอดีๆ ถ้าหนังเรื่องดีประสบความสำเร็จผมจะซื้อบ้านให้ท่าน 3-5 ล้าน ทำวิวให้ท่านแต่งเพลงให้ค่ายผม สมปองมิวสิค ฉะนั้นเราชื่นชมเขาเวลาออกงาน ผมอยากรวยเพื่อช่วยคนถ้าหนังผมเพลงผมธุรกิจผมทำให้ผมรวยผมอยากรวยเพื่อช่วยคน มาช่วยกันทำให้คนมีความสุข บางเรื่องก็ปล่อยผ่านครับ อันไหนเป็นประโยชน์ก็รับมาปฏิบัติครับ”