เหตุผลที่ผมเชื่อว่าเขาป่วย ผมอยากบอกก่อนว่าผมไม่ได้ว่าแม่ป่วยหรือเป็นบ้าอะไรตามที่แม่อาจจะเคยเห็นออนไลน์ แต่ผมสังเกตมาหลายๆ ปีมาก ทั้งเรื่องการงาน การคุย การใช้ชีวิต การตัดสินใจและอารมณ์ต่าง ๆ ที่ผมเห็นมาเรื่อยๆ ผมไม่ใช่คนเดียวแน่นอนที่สังเกตอะไรพวกนี้ได้ ครอบครัวและคนใกล้ชิดมากมายก็รู้และเห็นด้วยกันหมดแต่ไม่มีใครกล้าออกมาบอกหรือพูดได้ ในวันที่เกิดเหตุการณ์ล่าสุดทำให้ผมต้องออกมาข้างนอกเป็นวันที่ผมเห็นสีหน้าและอารมณ์ที่ผมไม่อยากที่จะต้องเห็นเลย รู้เลยว่าไม่ปกติจริง ๆ ที่ที่เป็นบ้านไม่ปลอดภัยจริง ๆ ผมไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้มาถึงจุดนี้ได้ แต่ผมไม่อยากให้มันต้องหนักไปมากกว่านี้แล้ว
แม่ก็บอกต่อมาให้เอาน้องกวางไปตรวจด้วย ถ้าจะให้สบายใจผมก็โอเค แต่ผมไม่เห็นว่าการตรวจสุขภาพจิตเป็นอะไรที่ต้องท้ากันเลย ถ้าจริงใจตรวจทำไมต้องคิดว่าคนอื่นป่วยด้วย ที่คิดว่าตัวเองป่วยการตรวจและบำบัดเป็นการดูแลตัวเองที่ดีมาก ไม่ใช่การเอาชนะคนอื่นเลย พูดถึงกวางนะครับ ถ้าจะให้เขาตรวจ ผมบอกตรงๆ เลยว่าน้องกวางเป็นโรคทางสุขภาพจิตมาเป็นหลายปีแล้ว รวมไปถึง depression ,anxiety disorder และ adhd แต่น้องก็ยอมรักษาและขยันในการทำให้ตัวเองดีขึ้นจนถึงวันนี้ เขาเป็นคนที่เก่งมากและแข็งแรกมาก จริง ๆ น้องเป็นโรคพวกนี้เพราะอะไรก็ขอให้น้องพูดเองเรื่องนี้ดีกว่า
ผมสนับสนุนให้คนเราคุยกันเรื่องสุขภาพจิต mental health ให้มากขึ้น มันไม่ใช่อะไรที่ต้องอายเลย การที่เราคิดว่าเราป่วยหรือรู้ว่าป่วยทางจิตไม่ใช่อะไรที่ไม่ดีเลย เราควรกล้าคุยกันเรื่องนี้และช่วยกันสู้ต่อไปให้สุขภาพเราดีขึ้น
สุดท้ายเลย การที่ผมจะต้องออกมาโพสต์แบบนี้เป็นอะไรที่ผมไม่ชอบเลย ผมเห็นว่าเรื่องครอบครัวไม่ควรต้องออกมาในที่สาธารณะขนาดนี้ (ผมรู้ว่าผมออรายการและแถลงข่าวตอนวันที่ 4 ม.ค ผมทำไปเพื่อชี้แจงประเด็นกล่าวหาที่ไม่ถูกต้องที่ได้รับมา) แต่ในกรณีที่แม่โพสต์เยอะมาก และผมไม่พูดอะไรออกมาเลย ผมก็เลยต้องมาพูดให้แม่และทุกคนรับฟังด้วย เพราะหลายคนก็ได้เห็นและตัดสินใจในคำของฝ่ายเดียว สิ่งที่คนพิมพ์มาหาผมเยอะๆ คุณไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นเลยจริง ๆ คุณไม่รู้ว่าผมโดนอะไรมาและเจออะไรมา ตามที่ผมบอก แต่ละครอบครัวมันไม่เหมือนกันเลย คุณอาจจะเห็นเหตุการณ์ของครอบครัวผมตามสื่อ แต่ชีวิตจริงมันลึกกว่านั้นเยอะ ชีวิตจริงของผมมันไม่ได้อยู่แต่ในข่าวนะครับ
เสือพร้อมที่จะพาแม่ไปตรวจที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา วันที่แม่กลับมาจากต่างจังหวัดก็ดี ผมไม่มีรถเพราะแม่ยึดไปแล้ว จะให้เอาแท็กซี่ไปรับก็เสี่ยงโควิดอันตรายมากช่วงนี้ ปลอดภัยที่สุด คือไปเจอกันที่ รพ. เลย เฉพาะพ่อแม่และลูกๆ มาเจอกันไม่ต้องมีบุคคลที่ 3 ถ้าไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวหาทางกัน ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เรื่องทุกอย่างผมปรึกษากันกับน้องกวางโดยตรงและเห็นตรงกัน ไม่มีใครมาเกี่ยวข้องหรือมาปั่นความคิด เรื่องและประเด็นอื่นที่เกิดขึ้น ถ้ามีโอกาสผมจะบอกทุกอย่างทีเดียวเลยนะครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจและให้กำลังใจมาตลอดมาก ๆ เลยนะครับ จากใจผม"