ถาม ได้หน้าใหม่สวยใสเหมือนเข้าวงการใหม่ เลยขอย้อนไปก่อนเข้าวงการคือ ไม่ได้มาในบท นางร้าย เลยใช่ไหม
แหม่ม วิชุดา : ตอนแรกที่เราเข้ามาเป็นนางเอกก่อนเลย ตอนที่เข้ามาในวงการคือ อายุ 12 ค่ะ พอสักช่วงอายุ 17-18 ก็มีละครเรื่อง นางอาย เขาก็จะมีนางเอกสองคนมี จอย ศิริลักษณ์ กับ เบนซ์ เป็นนางเอก แล้วก็จะมีนางร้ายเราเป็นคนที่ได้รับบทนางร้ายในเรื่องนั้น โดยป้าแจ๋ว เป็นคนคัดเลือก เพราะว่าป้าแจ๋ว เข้าเคยเล่นละครเวทีกับเรา (แต่ละครเวทีเราเล่นเป็นนางเอกนะ) เรายังคิดอยู่เลยว่าป้าแจ๋ว เห็นความร้ายในตัวเรายังไง (ตอนแรกจะไม่รับแล้วด้วยความที่เรากลัวคนติดภาพ เดี๋ยวกลับมาเล่นเป็นนางเอกไม่ได้) ป้าแจ๋ว เลยโทรศัพท์มาสั่งสอนนิดหน่อย ถ้าเธอเล่นเธอจะเลิฟบทนี้ และเธอจะค้นเจอตัวตนที่แท้จริงของเธอ เราก็เลยเล่นและก็ค้นพบตัวเอง เพราะเราความสุขมาก สนุกกับการเล่นละครทุกฉาก มีความเล่นลูก เล่นเสียง ทุกอย่างเลย
ถาม แถมยังเป็นนางร้ายสายฮาอันนี้ยากกว่าการเป็นนางร้ายไหม
แหม่ม วิชุดา : เราต้องเป็นตลกตลอดเวลา แต่คือ ตัวจริงของเราคือไม่ได้เป็นคนตลกเลย เป็นคนเครียดมาก แต่เราเป็นคนคุยสนุก เวลาเราอยู่จ่อหน้าทุกคนเราจะต้องเป็นคนคุยสนุก มีแต่เรื่องสนุกมาคุยกัน มันก็เลยมีแต่ความครื้นเครง
ถาม เห็นสนุกมีความสุข และมีชื่อเสียงในวงการ แต่ทำไมถึงจะอำลาวงการไป
แหม่ม วิชุดา : ตอนนั้นเหมือน 19-20 เราก็จะติสต์ หน่อยงานเยอะแล้วเราก็รู้สึกว่าเราอยากเรียนหนังสือ เพราะตอนเด็กๆเราเรียนสอบเทียบมาตลอด ไม่ได้เรียนปกติเหมือนคนอื่น ตอนนั้นคิดแค่ว่าฉันต้องไปต่างประเทศเลยไปอยู่อเมริกา 6 เดือน แล้วคือ อยู่ไม่ได้เรารู้สึกว่าใช้ชีวิตอยู่ยากมากเรามาอยู่อะไรที่นี่ ก็เลยกลับมาอยู่เมืองไทยเหมือนเดิม รับงานเหมือนเดิม อยู่มาจน 30 กว่าปีนี้แล้วค่ะ ตั้งแต่ครั้งนั้นเราก็ไม่คิดว่าจะอำลาวงการหรือจากไปจากวงการอีกเลย อยากทำงานทุกวันเลย แต่ก็มีไปบ้างไปเกาหลี แต่ไปไม่กี่วันก็กลับมา
ถาม แต่มีอีกเรื่องที่ไม่มีใครรู้ แหม่ม วิชุดา เป็นคนเห็นผีมาตั้งแต่เด็ก และมีสัมผัสพิเศษ
แหม่ม วิชุดา : ใช่ค่ะ ถ้าเด็กที่จำได้คือประมาณ 10 ขวบ คือ เราไม่ได้เห็นเป็นตัวเป็นตนมาคุยกันเลยนะคะ แต่ที่เราเห็นคือ มันมีหุ่นที่สำหรับไว้ใส่เสื้อผ้าอยู่ในบ้านเราแล้วเราก็ตั้งชื่อเขาว่า ลินดา ก็พูดคุยเล่นกับเขา แล้วมีวันหนึ่งเรานอนหลับ เหมือนกับเราฝันว่าเราเดินเข้ามาในบ้านแล้วเดินผ่าน ลินดา แล้วเราเดินเข้าไปในห้อง แต่พอเข้าไปในห้องเราเห็น ลินดา นั่งคุยโทรศัพท์อยู่แล้วเราก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา ก็รีบวิ่งออกไปดูเขาก็ยังอยู่ที่เดิม แต่เราได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังออกมาจากห้อง เหมือนมีคนกดโทรศัพท์อยู่ทั้งๆที่ไม่มีคนอยู่ในห้อง แต่อันนี้คือเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เรามาเล่าให้ฟัง เรากับลินดา ก็ใช้ชีวิตด้วยกันในบ้านหลังนั้น คือ มันก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ สำหรับเรื่องลินดา เพราะเวลาเพื่อนเรามาหาเราที่บ้านเขาก็จะรู้สึกว่ามีคนเดินอยู่ในบ้าน จนเราต้องหักแขนหักขาลินดาออกแล้วเอาไปไว้ในห้องเก็บของ
แหม่ม วิชุดา : คือ คนที่มีสัมผัสพิเศษจะเป็นคนที่ถูกทำของใส่ง่ายมาก เราเคยโดนทำของใส่ เพราะว่าคนที่ทำเขาอยากให้รักให้หลงเขา มีอยู่ช่วงหนึ่งที่แคร์ความรู้สึกของคนคนหนึ่งเยอะมาก เยอะกว่าปกติ เราก็เลยบอกน้องเราว่า พี่ว่าพี่โดนของ (เพราะสิ่งที่เรารู้สึกว่าเราโดนเพราะเหมือนว่าเขาทำให้เราใส่ใจเขามากกว่าคนอื่น) แล้วคือหัวใจเต้นจนอยู่ไม่ได้ต้องไปหาเขา แล้วคือไม่ใช่แฟนเราไม่ใช่คนที่เราคบด้วย แล้วที่เราพิสูจน์ได้ว่าเขาทำของใส่ก็คือ เพื่อนพาเราไปที่ที่หนึ่งแล้วเขาให้เรานั่ง แล้วก็ตั้งขาขึ้น แล้วก็ไหว้ แล้วคือพอพระสวดขาเราที่ตั้งก็เริ่มงอไม่ยอมตั้งเลยทุกคนที่ไปแก้ของเป็นแบบนี้ทุกคนเลย แล้วพอไปแก้แล้วคือ ความรู้สึกกับที่เราหลงเขาคือ หยีใส่เลย (ที่ไปทำคือการไปตัดสัมพันธ์) แต่หลังจากที่เราไปทำคือ สิ่งที่เราเคยสัมผัสได้คือ หายไปหมดเลย