ตอนไหนที่กว่าจะได้ขึ้นมาเป็นนางเอก?
"อยู่ตรงนั้นเกือบจะสองปี แล้วคุณหนูถามว่าทำอะไรได้อีก ร้องเพลงเป็นมั้ย แม่ก็บอกว่าเป็นค่ะ แต่พอแม่ร้องคือแม่ไม่รู้ว่าจะออกเสียงควบกล้ำยังไง ครูลภก็เลยมาสอนให้ 4 คำ กลับ เกลียด โกรธ รัก ครูให้ไปท่องมาให้ได้ก่อน พอคล่องแล้ว ค่อยเอาเพลงมาสอนต่อ"
หนทางไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ หลังจากนั้นก็ลาออกแล้วเดินทางเข้าสู่เมืองมาพร้อมกับครูเพลงหาคนปั้น เพราะตอนนั้นตั้งใจว่าจะเป็นนักร้องแล้ว?
"ใช่ค่ะ แต่เราก็คิดนะคะว่าจะมีใครปั้นเรามั้ย มเราดำ เพราะแม่ออกจากโรงละครมาก็ยังเด็กอยู่เลยตอนนั้นอายุแค่ 14 ไม่เกิน 16 แต่สุดท้ายที่เราเข้ามาหาคนเพลงให้เราก็ไม่มีค่ะ เพราะว่าครูลภเขาพาเราไปห้างโน่นนี่ เขาก็บอกว่าไปเอาเด็กที่ไหนมาสวยก็ไม่สวย ปั้นลำบาก"
แล้วมาดังเป็นพลุแตกได้ยังไง มาร้องคู่ครูสุรพล สมบัติเจริญ ได้ยังไง?
"ตอนนั้นแม่เก็บเงินที่ทำงานอยู่ในโรงละครได้ 20,000 บาท ที่สมัยนั้นเราเริ่มจากที่เราได้วันละ 3 บาท แล้วพอแม่มาร้องหน้าม่านแม่จะได้รางวัลด้วย แม่เก็บเงิน 2 บาท ใช้ 1 บาท พอมาเป็นนางรำเราก็ได้ 300 เรื่อยไป 500 ก็เกือบมาเรื่อยๆ จนได้ 20,000 เราเลยเข้ามาในกรุงเทพฯ เพราะอยู่ตรงนั้นไม่มีใครอัดเสียงได้""เราเลยบอกครูลภว่าไปซื้อเพลงได้มั้ย เลยได้เพลงของพี่สุรพลมาในราคา 300 บาท แม่เลยได้อัดเพลงนั้น ช่วงจังหวะที่แม่ได้บันทึกเพลงนั้นมันมีจังหวะ ชะ ชะ ช่า แม่ก็ได้ร้องเพลงมันเลยดัง แต่คนไม่รู้จักตัวเรา ชื่อเพลงที่เราร้องตอนนั้นคือ หัวใจไม่มีใครครอง"
ไปเจอกับครูสุรพล ได้ยังไง?
"หลังจากที่อัดเสียงแล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่งเขาจัดงานให้กับคุณแม่เขา เขาก็เชิญลูกทุ่งลูกกรุงไปกันหมดเลย พวกพี่เขาก็ขึ้นร้องกันพอถึงคิวเราก็ขึ้นไปร้อง แล้วพอเราลงจากเวทีมาเราก็ยกมือไหว้ (ซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้จักเลยว่าเป็นพี่สุเทพ พี่สุรพล) แต่เขาคงถูกซะตาเรา ครูสุรพล เขาก็ถามว่าครูลภไปเอาเด็กคนนี้มาจากไหน เรียบร้อย นิสัยดี เสียงดี เดี๋ยวถ้าหากว่ามีเพลงมีอะไรจะติดต่อมานะ"
"บางทีครูเขามาหานั่งรถมามีเนื้อเพลง แต่ยังไม่ได้อัดเสียงนะคะ ต่อเพลงกันให้จำเนื้อเพลงให้ได้ก่อน ถ้าเราจำได้เมื่อไหร่ ก็จะกลับมาหาอีกครั้งแล้วจะได้จองห้องอัดเสียงไปอัดเสียงกันอีกครั้ง"