สามีและนุ๊กได้แยกกันและสามีขอกลับประเทศเขา?
"แยกกันโดยเหตุบังเอิญเพราะตอนมีโควิดพาสปอร์ตเขาหมดอายุแล้ววีซ่าก็หมดอายุเช่นกันพอหมดอายุปุ๊บเขาต้องกลับประเทศคือกฎหมายจะอัปเดตทุกเดือนเขาก็ให้กลับภายในเดือนที่ผ่านมากลับเสร็จวีซ่าจะเดินกลับเข้ามาด้วยท่องเที่ยวไม่ได้แล้วก็จะต้องไปทำวีซ่าที่ติดตามลูกส่วนวีซ่าตรงนี้เราก็ไม่รู้ว่ามันจะได้หรือเปล่าหรือจะนานแค่ไหนเหมือนกับว่ากลับไปแล้วเราไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกเมื่อไหร่ส่วนของเราก็อย่างที่บอกพอเป็นความรักที่โตแล้วบางทีเราไม่ได้เจ็บปวดกับการไม่ได้อยู่ด้วยกันหรืออะไรเพราะสุดท้ายเรารู้ว่าเจอเพื่อจากอยู่แล้ว"
"แต่ว่าลูกมากกว่าที่เราเจ็บปวดมากๆจนนุ๊กรู้สึกว่าทำใจยากนุ๊กต้องบอกลูก3ขวบว่าเขาตื่นมาไม่เจอพ่อเขายังไงเขาไม่เข้าใจนุ๊กว่าทุกคนเป็นพ่อแม่น่าจะรู้ได้เขาไม่เข้าใจต่อให้เราบอกขนาดไหนแต่เราก็รู้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นเขาจะตื่นมาแล้วไม่เจอพ่อเขาจะใช้ชีวิตปกติใน2-3วันแรกแต่ผ่านไปสัก3-4วันเด็กจะเริ่มเพราะเขาอยู่กับพ่อตลอดเรากลัวลูกBroken Heartจริงๆต้องบอกว่าด้วยเทคโนโลยีตอนนี้เราสามารถวิดีโอคอลได้แต่เราก็ยังรู้สึกBroken Heartไปกับลูกเราแล้วก็มีให้เห็นจริงๆสมมติรับโทรศัพท์พอบอกให้เซย์บ๊ายบายเขาจะเซย์ฮัลโหลนุ๊กก็ถามว่าทำไมยูไม่เซย์บ๊ายบายเขาบอกว่าเขาไม่อยากเซย์บ๊ายบายสิ่งที่เขาพูดมันบาดเรามากตายแล้วพอมันนานขึ้นทุกเช้าเขาตื่นมาก็จะบอกว่าคอลหาแด๊ดดี้คอลไปเสร็จก็ร้องเพลงให้พ่อโหแม่จะตาย"
สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตที่เล่ามาทั้งหมดทำให้เราเกิดการที่เราจะเป็นโรคซึมเศร้ามั้ย?
"พี่หนุ่มรู้มั้ยการเป็นมะเร็งไม่ได้ร้ายแรงเท่าการเป็นซึมเศร้าเลยนะมะเร็งกินแค่เนื้อเราแต่โรคซึมเศร้ากินความสุขของเราจริงๆโรคซึมเศร้ามันเริ่มจากความฟลุคคือนุ๊กไปทานยาโดยหมอสั่งนี่แหละแต่ผิดไม่ควรทานเราก็ไปปรึกษาหมอที่เกี่ยวกับโรคซึมเศร้าเขาบอกว่ายาตัวนี้มันส่งผลให้เกิดโรคซึมเศร้าซึ่งตอนนี้ก็เป็นซึมเศร้ารักษาไปปีนึง"
วิธีการรับมือกับโรคซึมเศร้าเป็นยังไง?
"ตรงนี้นุ๊กยินดีมากอยากให้เป็นวิทยาทานกับหลายๆคนเรื่องโรคซึมเศร้าจริงๆต้องแบ่งเป็นสองกรณีอย่างแรกคือส่วนตัวดูแลตัวเองอย่างที่สองคือคนรอบข้างแพทย์ด้วยพอเราป่วยเรื่องนี้เราต้องบอกทุกคนรอบข้างกับลูกอาจไม่รู้ว่าซึมเศร้าเป็นอะไรเพราะลูกเป็นเด็กวัยรุ่นเราแค่บอกลูกว่าแม่ป่วยแม่ไม่ปกตินะคะช่วงนี้อย่าดื้อเพราะอารมณ์จะสวิงมากบอกสามีกับคนรอบข้างเพื่อนทุกคนว่ามีอาการนี้นะทุกคนต้องช่วยกันพยุงสุดท้ายคือหากิจกรรมบางคนบอกว่าให้ออกกำลังกายแต่บางทีคนปกติยังออกกำลังกายยากเลยแต่พอเข้าสเตทของการเป็นซึมเศร้าออกกำลังกายจะยากมากเราต้องหากิจกรรมอะไรที่เราได้ขยับแข้งขยับขาและหาความสดชื่นให้ร่างกายและทำให้เราไม่ต้องกลับไปรับประทานยาอีก"
วิธีการจัดการโลกโซเชียลบางทีมีคอมเมนต์ไม่ดีตำหนิเข้ามาในพื้นที่ของเรามีวิธีการจัดการยังไง?
"เราเป็นดารายุค90เราอาจไม่ถนัดกับโลกโซเชียลเท่าไหร่(หัวเราะ)การที่นุ๊กมาเล่นอินสตาแกรมก็ยากแล้วนะคะนุ๊กก็มีแต่รูปลูกหรือเฟซบุ๊กนุ๊กไม่ค่อยได้เล่นแต่มีคนบังคับให้นุ๊กเล่นยูต้องเล่นต้องรู้จักมันเราก็ปฎิญาณว่ามันคืองานมันต้องทำแต่จริงๆแล้วเราไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ฉะนั้นเวลานุ๊กเสพโซเชียลเลยไม่สนใจสักเท่าไหร่สองนุ๊กรับมือโดยการที่คำชมคำด่าคำติเตียนนุ๊กไม่รับทั้งหมดเลยเวลาเป็นคำชมนุ๊กก็ขอบคุณมากๆเลยเพราะนุ๊กว่าสิ่งที่นุ๊กทำอาจไม่ถูกต้องแต่ถูกใจเขาพอเราไม่ได้รับคำชมเข้ามาในหัวใจเขามากขนาดนั้นคำด่าเลยไม่มีผลไปด้วยแต่ถ้าเรารับคำชมมากๆเวลาเราโดนคำด่ามันก็จะมีผลกระทบกับเราแรงๆทั้งคำด่าคำชมมันไม่ได้ทำให้เปลี่ยนแปลงตัวเราสักเท่าไหร่ถ้าหากมีอะไรเกินเลยเรื่องนี้เรารับไม่ได้จริงๆส่วนมากนุ๊กแค่บอกไป"
ถ้ายุ่งกับลูกจะเป็นมั้ย?
"ไม่เป็นถ้าเป็นเรื่องพื้นฐานส่วนตัวดารานุ๊กจะไม่เป็นถ้าเรื่องลูกนุ๊กมองว่าเขาอาจเป็นห่วงแต่บางทีเราอาจไม่ถูกใจไงเพราะเราก็คิดว่าเราเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดในแบบของเราพ่อแม่แต่ละคนก็เลี้ยงลูกให้ดีในแบบตัวเองเขาคงเป็นห่วงเราแหละเขาถึงแนะนำเราคิดในเชิงบวกอะไรที่ไม่พอใจอ่านไปก็อย่าไปคิดมากให้คิดว่าหลักๆเขาเป็นห่วงแหละเขาสนใจเราแหละเขาถึงมาเสียเวลาคอมเมนต์(หัวเราะ)"
ขอถามคำถามส่วนตัวตอนนี้วีจิขวบกับห้าเดือนลูกชายนุ๊กคนโต16แล้ว?
"พี่จะดองเหรอคะ(หัวเราะ)"
ไม่ใช่ดองจะถามว่าวิธีการดูแลลูกแต่ละปีให้เขาผ่านไปให้มีสิ่งดีๆในชีวิตไม่ว่าจะการเลี้ยงดูอบรมการศึกษาหนักแค่ไหนให้กำลังใจตัวเองยังไง?
"หนักมากนุ๊กเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมา10ปีนะคะก่อนแต่งงานใหม่เราต้องเป็นทั้งพ่อทั้งแม่เราก็ต้องมีพาร์ทเข้มแข็งกับลูกแต่นุ๊กเลี้ยงลูกเหมือนเพื่อนนุ๊กไม่เคยเป็นแม่ของเด็ก14วันที่เขาเป็นเด็ก14วันที่เขาเป็นเด็ก15นุ๊กก็ไม่เคยเป็นแม่ของเด็ก15เหมือนกันฉะนั้นเราก็โตไปกับลูกพร้อมๆกันนุ๊กก็ทำให้ลูกเห็นในเรื่องที่เพอร์เฟกต์ของนุ๊กด้วยเพื่อให้เห็นว่าแม่ก็เป็นมนุษย์เวลาที่แม่เสียใจแม่ก็ร้องไห้ค่ะมีเรื่องที่เสียใจแล้วไปร้องไห้กับเขาและให้เขาปลอบเราบ้างให้เขารู้ว่าจริงๆมันธรรมดามากนะที่เราจะทำน้ำหกแล้วตั้งแก้วขึ้นมาใหม่หรือแค่เช็ดแต่ว่าก็ธรรมดานะที่เราจะล้มและเราก็ลุกขึ้นมาใหม่แค่นั้นเองแต่ถ้าทำให้เขาเห็นว่าแม่เก่งเหลือเกินเพอร์เฟกต์ไปหมดเขาจะรู้สึกว่าเขาผิดไม่ได้เขาพลาดไม่ได้เวลาพลาดแล้วไปไม่เป็นเราทำให้เห็นว่าชีวิตเราปกติเรามีพลาดได้แค่ลุกขึ้นมาใหม่และเรียนรู้ไปกับลูกจนกว่าจะโตแต่สุดท้ายแล้วแต่ละบ้านก็มีแนวทางไม่เหมือนกันแต่คิดว่าทุกบ้านเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกแล้ว"