"ในช่วงที่หนังสือของเราถูกชะลอการวางแผงและการผลิตไป ทุกทีมในบันลือกรุ๊ปก็ทำงานกันตามปกติ รูปแบบการทำงานอาจจะมีเปลี่ยนแปลงรูปแบบเป็น Work from Home แต่เป้าหมายของทีมเราคือพยายามรักษาประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงการทำงานร่วมกับลูกค้าแบรนด์หรือองค์กรต่างๆ ต้องราบรื่น ได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด ที่สำคัญคือ เราได้ใช้เวลาในการพัฒนาความรู้และทักษะใหม่ๆ รวมถึงการค้นหาแนวทางใหม่ๆ ให้กับองค์กร เพื่อหาโอกาสใหม่ๆ ในช่วงวิกฤติ ช่วงโควิด คือจังหวะที่ช่องทางใหม่ๆ ของขายหัวเราะที่ ได้พัฒนามาก่อนหน้านั้นมีโอกาสได้เติบโต ไม่ว่าจะเป็น Podcast (ขายหัวเราะ Studio Podcast และ Salmon Podcast) หรือ TikTok ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงความร่วมมือและบริการสำหรับแบรนด์และองค์กรต่างๆ ก็เพิ่มมากขึ้นด้วย และทำให้องค์กรต่างๆ เห็นศักยภาพพลังของขายหัวเราะมากยิ่งขึ้น "
"หนึ่งในตัวอย่างความร่วมมือที่เกิดขึ้นคือ ความร่วมมือในระดับนานาชาติกับ WHO (องค์การอนามัยโลก) UN (องค์การสหประชาชาติ) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกลุ่ม KnowCovid สร้างสรรค์ผลงานการ์ตูน"ความรู้สู้โควิด" ในรูปแบบ InfoComic ช่วยให้ประชาชนมีความเข้าใจเรื่องโควิด ได้ง่ายและสนุกผ่านการ์ตูนและคาแรกเตอร์ที่ชาวไทยคุ้นเคย ซึ่งโปรเจ็กต์นี้ ยังได้รับการต่อยอดแปลไปเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษและภาษาประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อีกหลายประเทศ"
"ไม่ใช่แค่บรรลือสาส์น แต่ยังรวมถึง business unit อื่นๆ ในเครือบันลือกรุ๊ปด้วย เนื่องจากบันลือกรุ๊ปเป็น สำนักสร้างสรรค์ content ครบวงจร จึงมีบริษัทอื่นๆ ในเครือที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน เช่น แซลมอนแลบ (Salmon Lab) บริษัท creative content agency ที่ดูแล Content Marketing ให้กับลูกค้าแบรนด์ต่างๆ หรือ บริษัท แซลมอนเฮ้าส์ (Salmon House) ที่เป็น production house งานถ่ายทำต่างๆ ซึ่งไม่สามารถออกกองถ่ายโฆษณาให้กับลูกค้าได้ จึงผลิตมิวสิควิดีโอ Until We Meet Again ที่ถ่ายทำและตัดต่อกันเองแบบ Work from Home ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมว่า วิกฤติหยุดความคิดของเราไม่ได้ ส่งผลให้เราได้ลูกค้าใหม่ๆ ทันที"