เมื่อเช้าวันนี้ 17 พ.ค. พบว่า แฮชแท็ก #เรียนออนไลน์ ได้กลายเป็นแฮชแท็กอันดับ 1 บนเทรนด์ทวิตเตอร์ หลังจากที่โลกโซเชียลได้มีการแชร์รูปของ สองยายหลานจูงมือกันไปซื้อโทรศัพท์มือถือ โดยมีเงินแค่ 2,000 บาท เพื่อนำมาใช้ในการเรียนออนไลน์ เรื่องราวดราม่าเหล่านี้ เปรียบเสมือนกระจกเงาสะท้อนความเป็นจริงอีกด้านหนึ่งของสังคม
อ่านข่าวเพิ่มเติม >>ประกันสังคมยืนยัน หลักฐานมาครบจ่ายหมดทุกราย
เมื่อดูจากจำนวนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศที่ต้องเรียนออนไลน์แบ่งเป็น 3 กลุ่มตามเกณฑ์ คือ
1. สถานศึกษาขนาดเล็ก ประมาณ 15,000 แห่ง
2. สถานศึกษาขนาดกลาง ประมาณ 14,700 แห่ง และ
3. สถานศึกษาขนาดใหญ่ ประมาณ 300 แห่ง
กลุ่มที่น่าจะมีปัญหาคือกลุ่มสถานศึกษาขนาดเล็กที่มีมากถึง 50% ของสถานศึกษาทั่วประเทศ เนื่องจากกลุ่มนี้ยังไม่สามารถเข้าถึงระบบการเรียนออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากจำแนกลึกลงไปพบว่า โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสานมากถึง 48% รองลงมาคือภาคเหนือ 24% ภาคกลาง 17% และภาคใต้ 11% กลายเป็นความกังวลว่า ระบบการเรียนออนไลน์ที่ไม่สามารถเข้าถึงทุกพื้นที่ของประเทศไทยเช่นนี้ จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กไทยหรือไม่